1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:00:11,344 --> 00:00:15,223
‎(สแตนด์อัพคอมเมดี้จาก NETFLIX)

4
00:00:44,794 --> 00:00:46,504
‎(ไม่มีเมืองใดล้ำเลิศไปกว่าไชน่าทาวน์)

5
00:00:46,588 --> 00:00:48,339
‎ขอต้อนรับขึ้นเวที

6
00:00:48,423 --> 00:00:53,845
‎หนึ่งเดียวคนนี้ครับ รอนนี่ เชียง

7
00:01:05,732 --> 00:01:08,068
‎สุดยอด

8
00:01:08,735 --> 00:01:10,028
‎สุดยอด

9
00:01:10,111 --> 00:01:12,781
‎เราทำสำเร็จ

10
00:01:13,448 --> 00:01:16,201
‎เราแก้เรื่องเหยียดเชื้อชาติได้แล้ว ขอบคุณ

11
00:01:16,868 --> 00:01:18,328
‎ขอบคุณที่ออกมาดู

12
00:01:18,411 --> 00:01:21,039
‎ขอบคุณที่มากันในคืนนี้นะ นิวยอร์กซิตี

13
00:01:21,790 --> 00:01:26,377
‎ขอบคุณที่ไม่ตายช่วงโรคระบาด

14
00:01:27,087 --> 00:01:29,422
‎ขอบคุณที่รอดตายมาได้

15
00:01:30,465 --> 00:01:33,051
‎ไม่มีพวกคุณ เราก็เล่นตลกไม่ได้

16
00:01:33,760 --> 00:01:35,053
‎เราพยายามแล้ว

17
00:01:35,929 --> 00:01:38,264
‎พอดแคสต์แม่งเยอะเกินไป

18
00:01:39,599 --> 00:01:42,811
‎ผมรู้สึกว่าปี 2021 เป็นปี

19
00:01:42,894 --> 00:01:46,523
‎ที่คนที่โดดเด่นในโรงเรียนมัธยมปลาย
‎ได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริง

20
00:01:49,108 --> 00:01:50,318
‎ในโลกอินเทอร์เน็ต

21
00:01:51,694 --> 00:01:55,573
‎ไอ้พวกบ้าบนเฟซบุ๊กพวกนี้ชอบเรียกร้องหลักฐาน

22
00:01:56,491 --> 00:01:59,661
‎เราพยายามจะให้ข้อมูล
‎ที่ช่วยให้รอดชีวิตกับพวกเขา

23
00:01:59,744 --> 00:02:02,789
‎แบบ "นี่นะ ข้อมูลช่วยให้รอดชีวิต"

24
00:02:02,872 --> 00:02:07,585
‎"อันนี้หลักฐานอยู่ไหน" "ไหนหลักฐาน"

25
00:02:07,669 --> 00:02:10,672
‎ไอ้พวกนักเรียนเกรดเฉลี่ยดีด็อก

26
00:02:11,923 --> 00:02:15,677
‎ที่ขาดทักษะการอ่านจับใจความ

27
00:02:16,386 --> 00:02:20,306
‎เรียกร้องหลักฐานระดับด็อกเตอร์

28
00:02:21,641 --> 00:02:23,143
‎ในเรื่องไวรัสวิทยา

29
00:02:23,977 --> 00:02:27,814
‎คุณจะเอาอะไรให้พวกเขาดูถึงจะเพียงพอ

30
00:02:27,897 --> 00:02:32,944
‎หลักฐานอะไรที่คุณน่าจะเอาให้พวกเขาดูได้
‎โดยที่พวกเขาจะ…

31
00:02:34,612 --> 00:02:35,905
‎"โอ้ แม่เจ้า ขอบคุณมาก…

32
00:02:39,117 --> 00:02:40,994
‎ที่เอาหลักฐานนี้ให้ฉันดู

33
00:02:42,245 --> 00:02:45,123
‎ไม่เคยรู้หลักทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์นี้มาก่อนเลย

34
00:02:45,957 --> 00:02:50,128
‎แต่เมื่อฉันได้อ่าน
‎บทความที่มีการตรวจสอบนี้ทุกหน้าแล้ว

35
00:02:51,337 --> 00:02:53,548
‎รวมถึงหมายเหตุ

36
00:02:53,631 --> 00:02:58,094
‎และฉันก็ใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์
‎อ้างอิงกับแหล่งข้อมูลต่างๆ บนเล็กซิสเน็กซิสแล้ว

37
00:02:58,177 --> 00:03:00,054
‎ทุกอย่างก็ดูจะถูกต้อง

38
00:03:00,138 --> 00:03:02,891
‎ฉันรู้สึกอยากเป็นคนที่เก่งเรื่องนี้ขึ้นอีก

39
00:03:02,974 --> 00:03:08,479
‎ฉะนั้นก็ขอบคุณที่สละเวลา
‎ทำให้ฉันเป็นคนที่เก่งขึ้นนะ"

40
00:03:08,563 --> 00:03:10,356
‎ไอ้พวกปัญญาอ่อนพวกนี้

41
00:03:11,524 --> 00:03:13,776
‎พวกนั้นเป็นพวกปัญญาอ่อน จริงๆ นะ

42
00:03:13,860 --> 00:03:19,574
‎ผมชื่นชมอารมณ์ที่ต้องการจะเข้าใจทุกเรื่องนะ

43
00:03:19,657 --> 00:03:22,035
‎และมีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์

44
00:03:22,118 --> 00:03:27,832
‎แต่ปริมาณพื้นความรู้
‎ที่คุณต้องมีเพื่อมาถึงระดับนี้เนี่ย

45
00:03:27,916 --> 00:03:33,087
‎มันออกจะสายไปหน่อย
‎ที่จะเข้าสู่โลกของ "การรู้"

46
00:03:34,255 --> 00:03:38,676
‎ในช่วงนี้ของชีวิต
‎คุณอยู่ในโลกของการ "เงียบฟัง" มากกว่า

47
00:03:38,760 --> 00:03:39,969
‎เพราะมันเยอะเกินไป

48
00:03:40,053 --> 00:03:42,013
‎มีข้อมูลเยอะมากที่คุณพลาดไป

49
00:03:42,096 --> 00:03:44,349
‎คุณโดดเรียนหลายวิชาเกินไป โอเคไหม

50
00:03:44,432 --> 00:03:46,976
‎คุณเหมือนคนที่ไม่ได้เรียนทั้งเทอม

51
00:03:47,060 --> 00:03:49,229
‎แล้วมาเข้าสอบ

52
00:03:49,312 --> 00:03:52,106
‎และทำเป็นว่า "ไม่มีอะไรสมเหตุสมผลเลย

53
00:03:53,066 --> 00:03:54,609
‎เลขไม่ใช่ของจริง"

54
00:03:56,361 --> 00:04:00,615
‎มันเยอะไป… เหมือนพยายามอธิบาย
‎ควอนตัมฟิสิกส์ให้หมาฟังน่ะ

55
00:04:00,698 --> 00:04:04,994
‎มันเลยระดับคุณในจุดนี้ไปแล้ว
‎ก็ตามหลักสูตรไปเถอะ โอเคไหม

56
00:04:05,078 --> 00:04:09,165
‎นี่คือยุคของเทคโนโลยีที่น่าอัศจรรย์ใจ
‎ที่เราอาศัยอยู่ตอนนี้

57
00:04:09,249 --> 00:04:14,504
‎ภายในสามเดือน
‎ที่โรคบ้านี้ระบาดออกมาในเดือนมีนาคม 2020

58
00:04:14,587 --> 00:04:18,091
‎เขาถอดรหัสจีโนมของไวรัส

59
00:04:18,174 --> 00:04:20,093
‎ใช่ เขาถอดรหัสมันออกมา

60
00:04:21,177 --> 00:04:24,305
‎เขาบอก "โย่ ทุกคน ดูสิ เราเจอมันแล้ว

61
00:04:24,389 --> 00:04:26,266
‎เราเจอศัตรูแล้ว

62
00:04:26,349 --> 00:04:28,434
‎ทุกคน ดู เราได้มันมานี่แล้ว

63
00:04:29,394 --> 00:04:32,230
‎ดูสิ มันคือ เอ-เอ-เอ-เอ
‎บี-บี-บี-บี-บี-บี จี-จี-จี-จี-จี-จี

64
00:04:32,313 --> 00:04:35,233
‎เอ-เอ-เอ-เอ ดี-ดี-ดี-ดี-ดี
‎เอ-เอ-เอ-เอ ซี-ซี-ซี-ซี-ซี ที"

65
00:04:38,236 --> 00:04:41,656
‎ลองนึกภาพว่าเอาอันนี้ให้พวกโง่นั่นดูบนเฟซบุ๊ก…

66
00:04:43,866 --> 00:04:45,785
‎ที่เรียกร้องหลักฐาน

67
00:04:45,868 --> 00:04:48,663
‎บอกว่า "ไหนล่ะหลักฐาน"

68
00:04:48,746 --> 00:04:50,665
‎ก็ "นี่ไง เรามีหลักฐาน

69
00:04:51,374 --> 00:04:55,670
‎เราเจอลำดับของกรดอะมิโนโปรตีนที่เป๊ะมาก"

70
00:04:57,922 --> 00:04:59,257
‎"ไอ้บ้านี่มันอะไรวะ

71
00:05:01,175 --> 00:05:04,095
‎อ๋อ ใช่สิ นาย 'ถอดรหัส' จีโนมได้

72
00:05:04,178 --> 00:05:07,765
‎อ๋อ ใช่สิ นายหวังจะให้เราเชื่อ
‎ว่านาย 'ถอดรหัส' จีโนม

73
00:05:07,849 --> 00:05:10,977
‎ซึ่งมันดูเหมือนตัวอักษรสแคร็บเบิลบ้าบอ

74
00:05:11,644 --> 00:05:15,356
‎ใช่ ฉันก็ถอดรหัสจีโนมได้เหมือนกัน
‎ใครๆ ก็ถอดรหัสจีโนมได้

75
00:05:15,440 --> 00:05:18,067
‎ดูฉันถอดรหัสจีโนมบนแป้นพิมพ์ทั้งวันเลยนะ"

76
00:05:19,861 --> 00:05:23,156
‎ไอ้พวกนักเรียนเกรดเฉลี่ยดีด็อกพวกนี้

77
00:05:23,239 --> 00:05:27,076
‎ที่นั่งหลังห้องตลอดชีวิตการเรียน

78
00:05:27,160 --> 00:05:28,911
‎พวกนั้นนั่งหลังห้อง

79
00:05:28,995 --> 00:05:30,830
‎ก็อยู่ข้างหลังต่อไปสิวะ

80
00:05:31,831 --> 00:05:35,918
‎ไม่ต้องออกมาข้างหน้าช่วงโรคระบาด

81
00:05:36,961 --> 00:05:39,881
‎เพราะคุณหาวิธีเริ่มทำพอดแคสต์ได้

82
00:05:40,506 --> 00:05:45,178
‎ก็เอาปากเกรดเฉลี่ยดีด็อกกลับไปนั่งข้างหลัง
‎ในที่ที่ควรอยู่ต่อไปสิ

83
00:05:45,261 --> 00:05:49,640
‎คุณมีทุกโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองเรื่องการเรียน

84
00:05:49,724 --> 00:05:54,145
‎แต่กลับล้มเหลว
‎หรืออย่างดีก็ได้ระดับกลางๆ ในทุกชั้นเรียน

85
00:05:54,228 --> 00:05:57,607
‎ทำไมเราต้องฟังคุณทุกเรื่องด้วย

86
00:05:57,690 --> 00:05:59,942
‎ให้พวกเนิร์ดนำไป

87
00:06:00,026 --> 00:06:01,819
‎ใช่

88
00:06:03,738 --> 00:06:08,451
‎ใช่ มีพวกเนิร์ดไว้เพื่อการนี้แหละ

89
00:06:09,994 --> 00:06:13,539
‎พวกเนิร์ดเป็นคนสร้างทุกอย่างรอบตัวเรา

90
00:06:14,707 --> 00:06:17,168
‎นั่นคือหน้าที่เขา

91
00:06:17,251 --> 00:06:22,340
‎พวกเนิร์ดมาเพื่อเอาข้อมูลดิบ
‎ใส่สมองเขาให้ได้มากที่สุด

92
00:06:22,423 --> 00:06:24,258
‎หมุนไปรอบๆ

93
00:06:24,342 --> 00:06:28,721
‎แล้วก็คายออกมาเป็นหนทาง
‎มุ่งไปสู่ความสำเร็จที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด

94
00:06:29,722 --> 00:06:33,851
‎โอเคไหม และก็ใช่ บางเรื่องก็เจ๊ง
‎เพราะมันคือเรื่องความน่าจะเป็น

95
00:06:33,935 --> 00:06:35,937
‎โอเคไหม มันคือเส้นโค้งการแจกแจงแบบปกติ

96
00:06:36,020 --> 00:06:38,106
‎เราไม่มีทางได้ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของศูนย์

97
00:06:38,189 --> 00:06:40,525
‎นั่นคือทฤษฎีแนวโน้มเข้าสู่ศูนย์กลางพื้นฐาน

98
00:06:42,276 --> 00:06:45,404
‎ผมชอบคนพวกนี้ที่ไม่ได้ไปโรงเรียน

99
00:06:45,488 --> 00:06:48,407
‎และคิดเอาเองแบบอัตโนมัติเลยว่า
‎ตัวเองฉลาดเรื่องรอบตัว

100
00:06:50,326 --> 00:06:52,328
‎คือแบบ "โย่ มันไม่อัตโนมัตินะ

101
00:06:54,038 --> 00:06:56,707
‎คุณเป็นได้ทั้งสมองโง่และโง่เรื่องรอบตัวด้วย

102
00:07:00,211 --> 00:07:02,004
‎นั่นก็คือความเป็นไปได้เหมือนกัน"

103
00:07:05,258 --> 00:07:08,094
‎ชีวิตผมโชคดีที่ได้อาศัยอยู่ในสองสามประเทศ

104
00:07:08,177 --> 00:07:11,097
‎ผมเกิดและโตที่มาเลเซีย

105
00:07:11,180 --> 00:07:15,852
‎ผมโตที่สิงคโปร์
‎เคยอาศัยอยู่ที่ออสเตรเลียมาสิบปี

106
00:07:16,602 --> 00:07:17,979
‎และตอนนี้ก็อยู่อเมริกา

107
00:07:18,563 --> 00:07:20,314
‎เชิญส่งเสียงเฮประเทศสุดท้ายตามสบาย

108
00:07:21,732 --> 00:07:23,526
‎หรือไม่ต้องก็ได้ ไม่เป็นไร

109
00:07:23,609 --> 00:07:26,988
‎- ใช่แล้ว
‎- ช้าไปแล้ว พลาดแล้ว

110
00:07:28,573 --> 00:07:30,408
‎แต่ก็ขอชมที่พยายามนะ

111
00:07:33,578 --> 00:07:35,830
‎ผมแค่จะบอกว่าผมเคยอยู่มาสองสามที่

112
00:07:35,913 --> 00:07:37,707
‎ไม่ใช่แค่หลบไปพักผ่อนสุดสัปดาห์

113
00:07:37,790 --> 00:07:40,877
‎ผมได้อาศัยในประเทศพวกนี้
‎มาเป็นสิบปีหรือนานกว่านั้น

114
00:07:40,960 --> 00:07:45,214
‎ขอบอกจากประสบการณ์ส่วนตัวเลยนะ

115
00:07:45,298 --> 00:07:48,092
‎ว่ามีคนเหยียดเชื้อชาติอยู่ทุกที่

116
00:07:48,759 --> 00:07:53,139
‎ทุกประเทศมีคนเหยียดคนเชื้อชาตินิสัยไม่ดี

117
00:07:53,222 --> 00:07:55,683
‎ผมเจอมาแล้ว พวกเขาโคตรแย่เลย

118
00:07:56,684 --> 00:08:00,229
‎มันเป็นประเด็นให้พูดที่ชัดเจนมากด้วย
‎ผมว่ามันออกมาแบบไม่ต้องพูดเลย

119
00:08:00,313 --> 00:08:02,607
‎แต่เห็นได้ชัดว่าถ้าเราไม่พูดมากพอที่อเมริกา

120
00:08:02,690 --> 00:08:05,026
‎ทุกคนก็จะเอาแต่พูดว่า
‎แล้วอย่างนั้น แล้วอย่างนี้ล่ะ

121
00:08:05,109 --> 00:08:07,653
‎อย่างเราพยายามจะชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์แย่ๆ

122
00:08:07,737 --> 00:08:09,989
‎แบบ "โย่ เรื่องนี้มันแย่มากนะ"

123
00:08:10,072 --> 00:08:13,951
‎บางคนก็จะบอกว่า "คิดว่าเรื่องนี้แย่แล้วเหรอ
‎แล้วทีคนพวกนั้นล่ะ

124
00:08:14,035 --> 00:08:17,955
‎แล้วสิ่งที่พวกบ้านี่ทำล่ะ
‎แล้วสิ่งที่พวกเวรนั่นทำล่ะ"

125
00:08:18,039 --> 00:08:19,624
‎มันก็แบบ "ใช่ แน่นอน

126
00:08:19,707 --> 00:08:24,295
‎แน่นอนว่าทุกเชื้อชาติ
‎มีคนเหยียดเชื้อชาตินิสัยไม่ดีอยู่"

127
00:08:25,463 --> 00:08:31,677
‎ปัญหาคือเราเอาแต่เปรียบเทียบ
‎คนที่แย่ที่สุดสิบเปอร์เซ็นต์ของเชื้อชาติหนึ่ง

128
00:08:31,761 --> 00:08:35,848
‎กับคนที่ดีที่สุดสิบเปอร์เซ็นต์ของอีกเชื้อชาติหนึ่ง

129
00:08:37,266 --> 00:08:39,435
‎ใช่ไหม ซึ่งมันผิดเห็นๆ

130
00:08:40,686 --> 00:08:42,855
‎เพราะสิ่งที่เราควรทำ

131
00:08:42,939 --> 00:08:46,400
‎คือเราควรเอาคนที่แย่ที่สุดสิบเปอร์เซ็นต์
‎ของทุกเชื้อชาติ

132
00:08:48,778 --> 00:08:50,571
‎มาเปรียบเทียบกัน

133
00:08:52,406 --> 00:08:55,535
‎เราจะได้รู้ว่าเชื้อชาติไหนแย่ที่สุด

134
00:09:00,748 --> 00:09:05,670
‎เราจะได้ตอบคำถามนั้น
‎และแก้ปัญหาการเหยียดเชื้อชาติได้สักที

135
00:09:06,879 --> 00:09:08,756
‎เพราะมันจะได้เกิดมติมหาชน

136
00:09:10,007 --> 00:09:14,220
‎ใช่ไหม เราจะพูดได้ว่า
‎"โย่ ฟังนะ เชื้อชาตินี้แย่ที่สุด"

137
00:09:15,263 --> 00:09:20,101
‎และเชื้อชาตินั้นก็มองไปรอบๆ
‎และบอกว่า "ใช่ เราแย่ที่สุด

138
00:09:22,687 --> 00:09:23,980
‎ให้ตายเถอะ"

139
00:09:25,022 --> 00:09:26,607
‎แล้วพวกเขาก็ได้รักษาให้หาย

140
00:09:27,817 --> 00:09:31,237
‎ใช่ไหม แต่เราต้องเปรียบสิ่งที่เหมือนกันสิ

141
00:09:31,946 --> 00:09:35,074
‎เราไปเปรียบสิ่งที่สูงกับต่ำไม่ได้

142
00:09:35,157 --> 00:09:36,993
‎ค่าพีมันสูงเกินไป

143
00:09:39,161 --> 00:09:41,455
‎ที่จริงเอางี้นะ ช่างแม่งละ มาทำกันเดี๋ยวนี้เลย

144
00:09:41,539 --> 00:09:42,790
‎ใช่ มาทำกันเลย

145
00:09:42,873 --> 00:09:45,209
‎มาหาคำตอบกันว่าเชื้อชาติไหนแย่ที่สุด ตอนนี้เลย

146
00:09:45,293 --> 00:09:47,003
‎- โอเคนะ ทุกคนพร้อมไหม
‎- พร้อม

147
00:09:47,086 --> 00:09:48,671
‎เอาละ โอเค เยี่ยมเลย

148
00:09:48,754 --> 00:09:52,300
‎นับสามนะ ผมอยากให้คุณตะโกนออกมา
‎ว่าเชื้อชาติไหนที่คุณคิดว่าแย่ที่สุด

149
00:09:53,050 --> 00:09:56,846
‎ตกลงนะ เอาละ ไม่ ไม่ต้องกลัว
‎เราจะทำพร้อมกันทุกคน

150
00:09:57,638 --> 00:10:00,099
‎ผมจะร่วมด้วย แน่นอน ผมจะร่วมด้วย

151
00:10:00,891 --> 00:10:04,186
‎โอเคไหม ไม่ต้องกลัว
‎นี่เป็นการแสดงตลก เป็นพื้นที่ปลอดภัย

152
00:10:05,187 --> 00:10:08,149
‎เราขอให้คุณเก็บมือถือเพื่อช่วงนี้เลย

153
00:10:08,733 --> 00:10:10,318
‎ตอนนี้เป็นเวลาปลดปล่อยแล้ว

154
00:10:11,360 --> 00:10:14,155
‎นี่แหละ อย่าปิดกั้นความรู้สึก
‎แล้วออกไปโวยวายข้างนอก

155
00:10:14,238 --> 00:10:18,117
‎ปลดปล่อยออกมาตอนนี้เลย
‎ปล่อยปีศาจออกมานะ โอเคไหม

156
00:10:18,743 --> 00:10:21,954
‎ไม่จำเป็นต้องเจาะจงก็ได้ แค่ตะโกนสีผิวมา

157
00:10:23,497 --> 00:10:25,041
‎ตกลงนะ

158
00:10:25,124 --> 00:10:27,251
‎ทุกคน เราต่างก็รู้ว่าคำตอบจะเป็นอะไร

159
00:10:27,960 --> 00:10:30,004
‎เราจะหลอกใครกันล่ะ โอเคนะ

160
00:10:30,087 --> 00:10:33,507
‎โอเค นับสาม เชื้อชาติที่แย่ที่สุดตอนนับสาม
‎เอาละนะ หนึ่ง…

161
00:10:34,467 --> 00:10:35,885
‎มันจะเกิดขึ้นแล้ว

162
00:10:36,886 --> 00:10:38,220
‎ไม่ว่าคุณจะร่วมหรือไม่ก็ตาม

163
00:10:38,304 --> 00:10:40,348
‎คุณพูดอะไรมาก็ได้

164
00:10:40,431 --> 00:10:42,058
‎แม้จะไม่เชื่อก็เหอะ

165
00:10:42,141 --> 00:10:43,726
‎แค่เป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์

166
00:10:43,809 --> 00:10:46,729
‎ปล่อยมันออกมา
‎เหมือนพูดภาษาแปลกๆ น่ะ พูดเลย

167
00:10:46,812 --> 00:10:48,272
‎ตกลงนะ เอาละ นับสาม

168
00:10:48,356 --> 00:10:50,691
‎เชื้อชาติที่แย่ที่สุด นับสาม ตกลงนะ

169
00:10:50,775 --> 00:10:54,153
‎เอาละ หนึ่ง เชื้อชาติที่แย่ที่สุด สอง

170
00:10:55,112 --> 00:10:55,946
‎สาม

171
00:10:56,530 --> 00:10:59,825
‎ถ้าคุณพูดอะไรก็ตาม
‎คุณคือคนที่แย่ที่สุดสิบเปอร์เซ็นต์ของเชื้อชาติคุณ

172
00:11:03,454 --> 00:11:05,873
‎น่ารังเกียจฉิบหายเลย

173
00:11:08,125 --> 00:11:13,506
‎ไอ้พวกเหยียดเชื้อชาติบ้านี่
‎ที่มาดูการแสดงของผมที่นิวยอร์กซิตี

174
00:11:14,715 --> 00:11:17,134
‎ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของมุกนั่นเอาซะเลย

175
00:11:18,594 --> 00:11:20,763
‎และผมจะเอาคุณไปแฉกับคนทั้งประเทศ

176
00:11:22,098 --> 00:11:23,974
‎ทุกการแสดงตลกที่ผมเล่น

177
00:11:24,058 --> 00:11:26,060
‎และปัญหาของมุกนั้นคือ

178
00:11:26,143 --> 00:11:31,857
‎ผมพูดขัดพวกป่าเถื่อนอย่างคุณไม่ทัน

179
00:11:33,401 --> 00:11:38,072
‎ก่อนคุณจะตะโกนคำอะไรออกมา
‎ที่จะทำให้เชื้อชาติต่างๆ ตีกันในนิวยอร์กซิตี

180
00:11:38,739 --> 00:11:41,784
‎แต่จะบอกให้นะ ช่างเถอะ
‎ผมต้องการการโฆษณา

181
00:11:43,494 --> 00:11:46,122
‎ผมต้องการสื่อ เอาเลย

182
00:11:47,415 --> 00:11:48,833
‎เอาสิ เริ่มตีกันเลย

183
00:11:50,334 --> 00:11:53,629
‎ในห้องนี้แหละ เริ่มตีกันเลย และมาโทษผม

184
00:11:53,712 --> 00:11:55,172
‎โทษผม แท็กผม

185
00:11:56,173 --> 00:11:57,675
‎แท็กผมในคลิปที่ตีกัน

186
00:11:58,884 --> 00:12:00,553
‎โทษผมเลย รุมแบนผม

187
00:12:02,096 --> 00:12:03,264
‎รุมแบนผมเลย

188
00:12:04,640 --> 00:12:06,809
‎โพสต์ในทวิตเตอร์ว่าผมบอกให้คุณดูถูกคนผิวสี

189
00:12:07,977 --> 00:12:09,311
‎เอาสิ รุมแบนผม

190
00:12:10,062 --> 00:12:11,147
‎รุมแบนผม

191
00:12:12,148 --> 00:12:17,445
‎ถ้าคุณคิดว่าคุณสามารถแบนผมได้จริงๆ

192
00:12:17,528 --> 00:12:21,657
‎ขณะที่ใส่ชั้นในนั่งดูโทรศัพท์อยู่ที่บ้าน ก็เอาสิ

193
00:12:22,616 --> 00:12:25,536
‎รุมแบนผมเลย

194
00:12:25,619 --> 00:12:29,582
‎ผมทิ้งสามประเทศ
‎ที่มีบริการสุขภาพแบบฟรีๆ และไม่มีปืนมานะ

195
00:12:34,837 --> 00:12:38,883
‎ผมย้ายมาอเมริกาในปี 2015
‎เตรียมตัวตายมาแล้ว

196
00:12:43,262 --> 00:12:48,184
‎แล้วคุณคิดว่าพวกคลั่งอเมริกาหน้าโง่
‎การเกลียดคนเอเชีย โควิดที่ควบคุมไม่ได้

197
00:12:48,267 --> 00:12:51,187
‎คนในทวิตเตอร์ จะทำให้ผมกลัวงั้นเหรอ

198
00:12:51,270 --> 00:12:53,856
‎เอาสิ รุมแบนผมเลย

199
00:12:53,939 --> 00:12:58,110
‎คุณจะทำอะไร รุมแบนผม
‎ผมเลยต้องกลับไปมาเลเซีย

200
00:12:58,194 --> 00:13:00,905
‎ที่ซึ่งผมเป็นฮีโร่ของชาติเนี่ยนะ

201
00:13:03,824 --> 00:13:07,786
‎และผมก็ได้กำไรเรื่องค่าเงินเต็มๆ น่ะเหรอ

202
00:13:08,454 --> 00:13:12,875
‎โอ๊ย ไม่นะ ผมจะมีชีวิตรอดยังไง

203
00:13:12,958 --> 00:13:14,585
‎เอาเลย

204
00:13:15,377 --> 00:13:17,254
‎ปล่อยผมจากนรกขุมนี้เลย

205
00:13:18,214 --> 00:13:20,758
‎เอาเลย ตอนนี้แม่ผมอาศัยอยู่ที่สิงคโปร์

206
00:13:20,841 --> 00:13:22,593
‎ผมไม่ได้เจอแม่มาสองปีแล้ว

207
00:13:22,676 --> 00:13:24,595
‎รุมแบนผมเลย ผมจะได้ไปหาแม่

208
00:13:25,596 --> 00:13:29,058
‎ผมได้งานแสดงอยู่เรื่อยๆ นั่นแหละ
‎รุมแบนผมเลย ผมจะได้ไปหาแม่

209
00:13:30,226 --> 00:13:32,269
‎ทุกคนคิดว่าเพราะผมออกรายการเดอะเดลีโชว์

210
00:13:32,353 --> 00:13:34,021
‎ผมเลยต้องมากู้โลกเหรอ

211
00:13:34,104 --> 00:13:36,398
‎เปล่า ผมไม่ได้มากู้โลกนะ พวก

212
00:13:36,482 --> 00:13:40,611
‎ผมมาเพื่อพูดไปเรื่อย
‎หาเงิน และสะบัดตูด ก็แค่นั้น

213
00:13:41,195 --> 00:13:44,156
‎แค่นั้นเลย ใช่

214
00:13:47,243 --> 00:13:49,703
‎ทุกคนชอบขอให้ผมใช้แพลตฟอร์มของผม

215
00:13:49,787 --> 00:13:51,872
‎"รอนนี่ ใช้แพลตฟอร์มคุณสิ

216
00:13:51,956 --> 00:13:56,043
‎คุณมีแพลตฟอร์ม ใช้แพลตฟอร์มคุณสิ

217
00:13:58,379 --> 00:14:03,342
‎ใช้แพลตฟอร์มคุณสิ รอนนี่ คุณมีแพลตฟอร์ม ใช้มัน

218
00:14:03,425 --> 00:14:07,846
‎ใช้แพลตฟอร์มคุณ
‎เพื่อพูดเรื่องการเกลียดคนเอเชีย ใช้มัน"

219
00:14:07,930 --> 00:14:13,102
‎นี่ไม่ใช่ชุดทักษะที่เอาไว้พูด
‎เรื่องเกลียดคนเอเชียนะ

220
00:14:13,185 --> 00:14:17,523
‎ถ้าคุณคิดวิธีทำให้อาชญากรรม
‎ที่เกิดจากการเกลียดคนเอเชียเป็นเรื่องตลกได้

221
00:14:17,606 --> 00:14:20,359
‎ก็เชิญเลย เชิญล้อเรื่องนี้เลย

222
00:14:20,442 --> 00:14:23,946
‎เอามาปิดการแสดงพิเศษของคุณเลย
‎เอามาเป็นมุกตอนท้าย

223
00:14:24,029 --> 00:14:25,865
‎ทุกคนชอบขอให้ผมใช้แพลตฟอร์มของผม

224
00:14:25,948 --> 00:14:29,577
‎"รอนนี่ ใช้แพลตฟอร์มของคุณ
‎เพื่อเผยแพร่การตระหนักรู้

225
00:14:29,660 --> 00:14:34,123
‎แพร่ออกไป เผยแพร่การตระหนักรู้เรื่องวัคซีน

226
00:14:34,206 --> 00:14:39,587
‎รอนนี่ ถ้าคุณไม่ใช้แพลตฟอร์ม
‎เผยแพร่การตระหนักรู้เรื่องวัคซีน

227
00:14:39,670 --> 00:14:45,009
‎รู้ไหมว่าพวกต่อต้านการฉีดวัคซีนอาจไม่ฉีดวัคซีน

228
00:14:45,885 --> 00:14:48,637
‎และอาจตายได้นะ"

229
00:14:49,805 --> 00:14:51,640
‎ผมพลาดอะไรไป

230
00:14:54,268 --> 00:14:57,730
‎คุณกำลังบอกว่าถ้าผมไม่ทำอะไรเลย

231
00:14:57,813 --> 00:14:59,857
‎ผมจะทำให้มนุษยชาติดีขึ้น

232
00:15:01,191 --> 00:15:03,402
‎ในอีกหนึ่งถึงสองรุ่นงั้นเหรอ

233
00:15:04,904 --> 00:15:10,784
‎สัดส่วนสาธารณูปโภคต่อความพยายาม
‎บนกราฟนั่นบ้ามากเลย

234
00:15:10,868 --> 00:15:13,746
‎ถ้าเราคำนวณประสิทธิภาพบนเส้นโค้งนั่นในตอนนี้

235
00:15:13,829 --> 00:15:17,541
‎การที่ผมบอกคนเรื่องวัคซีน
‎จะเป็นการไม่รับผิดชอบต่อสังคมนะ

236
00:15:18,959 --> 00:15:21,045
‎โอเคนะ แค่พูดในเชิงคณิตศาสตร์น่ะ

237
00:15:23,088 --> 00:15:27,051
‎นึกภาพออกไหม
‎นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อเมริกัน

238
00:15:27,760 --> 00:15:32,264
‎การมาอเมริกาเคยเป็นเรื่องที่ไม่ต้องคิดเลย

239
00:15:32,348 --> 00:15:35,684
‎นั่นคือเกียรติที่อเมริกามีในระดับนานาชาติ

240
00:15:35,768 --> 00:15:37,895
‎มันเคยเป็นความฝันที่จะได้มาอเมริกา

241
00:15:37,978 --> 00:15:40,898
‎ไม่ว่าคุณจะมาจากดินแดนไหนของโลก

242
00:15:40,981 --> 00:15:45,861
‎ประเทศในเอเชีย
‎ประเทศในแอฟริกา ประเทศคนขาว…

243
00:15:47,237 --> 00:15:49,823
‎ไม่ว่าสถานะทางเศรษฐกิจเชิงสังคมของคุณ
‎จะเป็นยังไง

244
00:15:49,907 --> 00:15:52,952
‎คุณอาจเป็นคนออสเตรเลียผิวขาวที่ร่ำรวย

245
00:15:53,035 --> 00:15:57,665
‎คุณแจ็กพอตแตก
‎และถ้ามีคนให้กรีนการ์ดอเมริกาคุณ

246
00:15:57,748 --> 00:15:59,291
‎คุณจะรับทันทีเลย

247
00:15:59,375 --> 00:16:01,251
‎แม้เป็นอย่างนั้น คุณก็ยังจะไป

248
00:16:01,335 --> 00:16:04,838
‎ทำไมจะไม่ไปล่ะ ทำไมจะไม่ไปอเมริกาล่ะ

249
00:16:04,922 --> 00:16:06,465
‎ทำไมจะไม่ไปล่ะ

250
00:16:06,548 --> 00:16:08,425
‎คุณไปอยู่แล้ว ทำไมจะไม่ไป

251
00:16:08,509 --> 00:16:12,096
‎และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อเมริกา
‎ที่คำถามคือ

252
00:16:12,179 --> 00:16:13,764
‎คุณจะไปทำไม

253
00:16:14,932 --> 00:16:16,350
‎คุณจะไปทำไม

254
00:16:16,433 --> 00:16:17,726
‎แม่ผมอยู่สิงคโปร์

255
00:16:17,810 --> 00:16:20,854
‎ขอร้องผมจริงจังไม่ให้กลับมาที่อเมริกา

256
00:16:20,938 --> 00:16:22,648
‎ในช่วงที่โรคระบาดหนัก

257
00:16:22,731 --> 00:16:25,109
‎แม่บอก "อย่าไปเลย รอนนี่ อย่ากลับไป

258
00:16:25,192 --> 00:16:27,361
‎อย่ากลับไปที่อเมริกาเลยนะ

259
00:16:27,444 --> 00:16:29,196
‎จะกลับไปทำอะไรที่นั่น

260
00:16:29,279 --> 00:16:31,031
‎คนครึ่งประเทศบ้าไปแล้ว

261
00:16:31,949 --> 00:16:34,368
‎ไวรัสระบาดทั่วไปหมด

262
00:16:34,451 --> 00:16:38,706
‎ย่านในเมืองใหญ่ที่สำคัญกำลังเดือดเลย

263
00:16:38,789 --> 00:16:42,710
‎ลูกจะกลับไปทำอะไรที่นั่น ทำไม"

264
00:16:43,752 --> 00:16:47,589
‎ผมต้องบอกแม่เลยว่า "แม่ แม่ไม่เข้าใจหรอก

265
00:16:48,590 --> 00:16:53,262
‎แม่ไม่เห็นสิ่งที่ผมเห็นตอนผมอยู่ที่นี่

266
00:16:53,345 --> 00:16:57,307
‎สิ่งที่ดีเลิศของประเทศนี้

267
00:16:57,391 --> 00:17:01,687
‎ที่อเมริกา ทั้งที่มีข้อบกพร่องทั้งหลาย

268
00:17:03,313 --> 00:17:05,607
‎นี่ยังคงเป็นประเทศ

269
00:17:06,400 --> 00:17:09,611
‎ที่เราเล่ามุกใต้สะดือแลกเงิน 12 ดอลลาร์
‎ในนิวยอร์กซิตีได้

270
00:17:09,695 --> 00:17:10,946
‎แม่เข้าใจไหม"

271
00:17:12,614 --> 00:17:16,076
‎ทักษะชุดนี้ไร้ค่าที่สิงคโปร์

272
00:17:19,121 --> 00:17:21,290
‎ที่สิงคโปร์ ผมเล่ามุกใต้สะดือทั้งวัน

273
00:17:21,915 --> 00:17:24,251
‎ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

274
00:17:25,836 --> 00:17:30,049
‎ที่นี่ เราได้เข้าไปอยู่ในหนังมาร์เวล

275
00:17:34,720 --> 00:17:38,140
‎ได้ยินผมหรือเปล่า ผมบอกว่าหนังมาร์เวล

276
00:17:38,223 --> 00:17:42,644
‎สุดยอด

277
00:17:43,562 --> 00:17:46,231
‎ถึงจะวุ่นวายก็คุ้ม

278
00:17:48,358 --> 00:17:50,486
‎ใช่ แม่ผมอยู่สิงคโปร์ตอนนี้

279
00:17:52,154 --> 00:17:55,407
‎อธิบายเรื่องสิงคโปร์ให้คนอเมริกันฟังมันยากมาก

280
00:17:56,075 --> 00:17:59,828
‎อธิบายเรื่องประเทศอื่นๆ
‎ให้คนอเมริกันฟังมันยากมาก

281
00:18:00,954 --> 00:18:03,832
‎เพราะคนอเมริกันไม่มีจุดอ้างอิง

282
00:18:03,916 --> 00:18:05,918
‎ที่ไหนบนโลกนี้เลยใช่ไหม

283
00:18:06,001 --> 00:18:07,086
‎และเพื่อความยุติธรรมนะ

284
00:18:07,169 --> 00:18:12,257
‎เพราะเหตุผลเดียวที่พวกเราในสิงคโปร์
‎รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับอเมริกา

285
00:18:12,341 --> 00:18:15,761
‎เป็นเพราะเราโตมา
‎กับการดูรายการทีวีอเมริกันมากมาย

286
00:18:15,844 --> 00:18:20,599
‎เราจึงได้แนวคิดคร่าวๆ
‎ของวัฒนธรรมที่หลากหลายในประเทศนี้

287
00:18:20,682 --> 00:18:23,185
‎แม้จะอยู่ในระดับที่ตื้นเขินนะ

288
00:18:23,268 --> 00:18:24,436
‎แต่อย่างน้อยเราก็เข้าใจ…

289
00:18:24,520 --> 00:18:28,315
‎อย่างการดูเรื่องไซน์เฟลด์
‎เรารู้ว่า "อ๋อ ไซน์เฟลด์อยู่ที่นิวยอร์ก

290
00:18:28,941 --> 00:18:30,984
‎มีคนยิวที่นิวยอร์ก

291
00:18:33,362 --> 00:18:36,031
‎มีเดี่ยวไมโครโฟนที่นิวยอร์ก

292
00:18:36,115 --> 00:18:38,450
‎เป็นสิ่งที่น่าใฝ่หาจริงๆ บ้าเนอะ อะไรน่ะ

293
00:18:38,534 --> 00:18:41,161
‎แค่พูดใส่ไมค์ แล้วคนก็จ่ายตังค์ให้เหรอ

294
00:18:41,245 --> 00:18:43,038
‎นั่นคืองานที่อเมริกาเลยนะ"

295
00:18:44,206 --> 00:18:47,501
‎เรารู้ว่าแพทย์มือใหม่ หัวใจเกินร้อย
‎อยู่ที่ซีแอตเทิล

296
00:18:48,877 --> 00:18:51,630
‎หลายคนเอากันในโรงพยาบาลที่ซีแอตเทิล

297
00:18:53,924 --> 00:18:56,969
‎ใช่ เพราะงั้นสาธารณสุขของอเมริกา
‎ถึงได้แย่มากมั้งนะ

298
00:18:59,138 --> 00:19:02,474
‎เพราะคนไม่หยุดเอากันในโรงพยาบาล

299
00:19:03,225 --> 00:19:06,270
‎เรารู้ว่าโรโบคอปอยู่ที่ดีทรอยต์

300
00:19:07,312 --> 00:19:10,149
‎ที่ดีทรอยต์มีปัญหา

301
00:19:11,692 --> 00:19:13,652
‎แต่ไม่มีใครดูโทรทัศน์สิงคโปร์ใช่ไหมล่ะ

302
00:19:13,735 --> 00:19:16,655
‎ก็เลยไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
‎นอกประเทศอเมริกา

303
00:19:16,738 --> 00:19:19,491
‎เพราะคุณไม่ดูรายการของคนอื่นเลย

304
00:19:19,575 --> 00:19:24,121
‎ดังนั้นทุกครั้งที่ผมพูดถึงประเทศอื่น
‎ให้เพื่อนอเมริกันผมฟัง

305
00:19:24,204 --> 00:19:29,376
‎เพื่อนอเมริกันผมจะชอบพูดถึงข้อมูลหนึ่ง
‎ที่เขาไปอ่านมาครั้งเดียว

306
00:19:29,459 --> 00:19:31,712
‎ที่อยู่ใต้ฝาสแนปเปิล

307
00:19:31,795 --> 00:19:33,589
‎แล้วจะเอามาพูดใส่คุณ

308
00:19:33,672 --> 00:19:37,634
‎และพยายามจะเอามาใช้อธิบายประวัติศาสตร์
‎ของอารยธรรมทั้งหมดของคุณ

309
00:19:37,718 --> 00:19:42,639
‎ด้วยข้อมูลอะไรก็ตามที่ไปจำมาครึ่งๆ กลางๆ
‎ที่ก้านสมอง แล้วเอามาพูดต่อ

310
00:19:42,723 --> 00:19:46,727
‎เขาก็เด็ดจากส่วนนี้มาออกส่วนนี้ให้เร็วที่สุด

311
00:19:47,978 --> 00:19:49,229
‎พ่นมันออกมา

312
00:19:49,313 --> 00:19:52,441
‎ตอนผมบอกเพื่อนอเมริกันว่าผมโตที่สิงคโปร์

313
00:19:52,524 --> 00:19:57,404
‎เขาชอบพูดว่า "สิงคโปร์เหรอ
‎นายโตที่สิงคโปร์เหรอ

314
00:19:58,030 --> 00:20:01,158
‎เขาเอาไม้ฟาดคนที่สิงคโปร์นี่ ใช่ไหม

315
00:20:01,241 --> 00:20:04,077
‎เช่น ที่สิงคโปร์ ถ้านายบ้วนหมากฝรั่งลงพื้น

316
00:20:04,161 --> 00:20:06,288
‎จะมีคนรีบวิ่งมาข้างหลังนาย

317
00:20:06,371 --> 00:20:11,043
‎แล้วใช้ไม้ฟาดก้น ใช่ไหม"

318
00:20:11,585 --> 00:20:12,961
‎ผมก็แบบ…

319
00:20:13,879 --> 00:20:15,047
‎"ใช่

320
00:20:19,176 --> 00:20:23,055
‎เพราะฉะนั้นก็อย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด

321
00:20:25,557 --> 00:20:28,185
‎ทำไม นายมีความอยากอยู่ในสันดานเหรอ

322
00:20:28,268 --> 00:20:32,606
‎ที่ไปเที่ยวประเทศคนอื่น
‎แล้วบ้วนหมากฝรั่งลงพื้นน่ะ

323
00:20:33,440 --> 00:20:37,110
‎ถ้าเป็นแบบนั้นก็อย่าไปสิงคโปร์เลย

324
00:20:37,194 --> 00:20:41,240
‎เพราะเขาจะเอาไม้ฟาดหน้านาย"

325
00:20:42,616 --> 00:20:45,118
‎และคนอเมริกันบางคนก็เดือดเรื่องนั้นมาก

326
00:20:45,827 --> 00:20:50,415
‎ความคิดของผู้ชายที่โตแล้วถูกฟาดก้น

327
00:20:50,499 --> 00:20:52,125
‎ที่ทำตัวเฮงซวย

328
00:20:53,585 --> 00:20:55,545
‎ทำให้เขาเดือดมาก

329
00:20:55,629 --> 00:20:59,174
‎แต่เรื่องตลกคือ
‎เราไปถามคนอเมริกัน โดยเฉพาะคนนิวยอร์ก

330
00:20:59,258 --> 00:21:04,179
‎ว่าเขาจะทำยังไงถ้ามีแขกเข้ามาในบ้าน

331
00:21:04,263 --> 00:21:06,348
‎แล้วบ้วนหมากฝรั่งลงพื้น

332
00:21:06,431 --> 00:21:10,477
‎เขาจะบอกว่า "เราจะกระทืบให้ไส้แตกเลย"

333
00:21:11,853 --> 00:21:14,523
‎ผมก็ "ใช่ เราทำแบบนั้นที่สิงคโปร์

334
00:21:16,191 --> 00:21:19,444
‎เราไปจ้างทีมกระทืบชาวบ้านให้รัฐบาล

335
00:21:20,737 --> 00:21:24,199
‎มันกลายเป็นการลงโทษที่คุ้มเงิน
‎สำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง

336
00:21:24,783 --> 00:21:26,368
‎เราถึงได้จ่ายภาษีไง"

337
00:21:31,206 --> 00:21:32,207
‎ครับ

338
00:21:33,041 --> 00:21:35,877
‎ผมว่าพวกผู้หญิงไม่ได้รับความชื่นชมมากพอ
‎ที่กินยาคุม

339
00:21:37,546 --> 00:21:41,591
‎ไม่เลยจริงๆ ขอบคุณพวกผู้หญิงที่กินยาคุม

340
00:21:42,384 --> 00:21:45,887
‎ขนาดตอนนี้คนครึ่งห้องคิดว่า
‎"แกพูดบ้าอะไรของแก"

341
00:21:45,971 --> 00:21:49,016
‎ขอบคุณที่กินยา ไม่เคยมีใครชื่นชมคุณเรื่องนี้เลย

342
00:21:49,099 --> 00:21:53,020
‎พวกผู้ชายแทบจะไม่เห็นคุณค่าของการเสียสละ

343
00:21:53,103 --> 00:21:58,025
‎ต้องกินยาตรงวันเป๊ะเพื่อให้คุมกำเนิดได้

344
00:21:58,108 --> 00:22:00,068
‎ใช่ บางครั้งก็ข้ามเขตเวลาด้วย

345
00:22:01,028 --> 00:22:03,530
‎อยู่ๆ นาฬิกาปลุกก็ดังขึ้นมาในแต่ละวัน

346
00:22:04,323 --> 00:22:06,116
‎ใช่ไหม ตีสาม ห้าโมงเย็น

347
00:22:09,411 --> 00:22:13,540
‎ปลุกคุณตื่น
‎เตือนให้กินยาภายในช่วงเวลา 30 นาที

348
00:22:13,623 --> 00:22:16,418
‎ไม่งั้นคุณอาจเผลอสร้างมนุษย์ขึ้นมา

349
00:22:17,336 --> 00:22:18,670
‎อย่างซูส

350
00:22:20,255 --> 00:22:21,965
‎พวกผู้ชายไม่รู้เรื่องหรอก

351
00:22:22,049 --> 00:22:23,175
‎จะบอกให้นะ พวกผู้ชาย

352
00:22:23,258 --> 00:22:25,844
‎อยู่ๆ คุณไม่เดินเข้าร้านขายยา

353
00:22:25,927 --> 00:22:28,764
‎แล้วซื้อยาเหมือนที่คุณซื้อทิคแทคหรอกนะ

354
00:22:29,473 --> 00:22:31,850
‎แบบที่วางอยู่ข้างหมากฝรั่ง
‎ก่อนออกจากร้านน่ะ

355
00:22:31,933 --> 00:22:33,894
‎"อยากได้รสมะนาวไหม"

356
00:22:34,853 --> 00:22:37,105
‎แล้วก็รอดจากการท้องไปได้จนโอลิมปิกครั้งหน้า

357
00:22:37,189 --> 00:22:39,191
‎ไม่ สมมติว่าคุณได้ใบสั่งยามา

358
00:22:39,274 --> 00:22:42,944
‎คุณต้องลองยาสามแบบ ที่กินเวลาหลายเดือน

359
00:22:43,028 --> 00:22:45,572
‎เพื่อดูว่าแบบไหนมีปัญหาน้อยที่สุด

360
00:22:45,655 --> 00:22:48,658
‎คุณทำการทดลองทางคลินิกในร่างกายตัวเอง

361
00:22:48,742 --> 00:22:50,744
‎เหมือนพยายามจะหาวัคซีนโควิดนั่นแหละ

362
00:22:51,495 --> 00:22:55,248
‎รสชาติที่คุณชอบคือ
‎อันที่ทำให้เกิดการซึมเศร้าน้อยที่สุด

363
00:22:55,332 --> 00:22:56,833
‎ไม่ พวกผู้ชายไม่รู้เรื่องเลย

364
00:22:58,335 --> 00:22:59,544
‎ใช่

365
00:22:59,628 --> 00:23:02,047
‎แม้จะมียาคุมสำหรับผู้ชายนะ

366
00:23:03,090 --> 00:23:05,342
‎คุณไม่มีทางไว้ใจให้ผู้ชายกินยาได้หรอก

367
00:23:07,636 --> 00:23:11,431
‎ถ้ามีผู้ชายโง่ๆ บอกว่า "โย่ ไม่ต้องห่วง

368
00:23:12,849 --> 00:23:14,267
‎ฉันกินยาอยู่"

369
00:23:17,104 --> 00:23:19,106
‎คุณจะขำใส่หน้าเขาเลย

370
00:23:20,023 --> 00:23:23,735
‎คุณจะบอก "ไม่มีทางที่นายจะกินยาหรอก

371
00:23:23,819 --> 00:23:27,405
‎อย่างน้อยนายก็ไม่มีทางกินยาได้ถูกวิธี

372
00:23:28,406 --> 00:23:29,991
‎ของที่ซับซ้อนขนาดนั้น

373
00:23:30,075 --> 00:23:32,619
‎ฉันยังไม่เชื่อว่านายอาบน้ำทุกวันด้วยซ้ำ

374
00:23:32,702 --> 00:23:37,165
‎ดังนั้นก็ใส่ถุงยางซะ หรือไม่ก็เอาจู๋ไปไกลๆ
‎ไม่งั้นเรื่องนี้ไม่เกิดหรอก"

375
00:23:37,249 --> 00:23:40,752
‎ความแปรปรวนที่คุณต้องนึกถึงเวลากินยา

376
00:23:40,836 --> 00:23:42,671
‎เพื่อไม่ให้มันขาดช่วง

377
00:23:42,754 --> 00:23:45,507
‎เหมือนเป็นปัจจัยภายนอกที่คุณต้องคอยดู

378
00:23:45,590 --> 00:23:48,510
‎ว่าคุณกินอะไร คุณจะได้ไม่ขาดช่วงยา

379
00:23:48,593 --> 00:23:51,221
‎จะว่าไปนะ ผมยังรู้เรื่องนี้ไม่มากพอเลย

380
00:23:51,304 --> 00:23:53,098
‎โอเค ผมไม่ได้พยายามจะมารู้ดีเรื่องนี้นะ

381
00:23:53,181 --> 00:23:57,102
‎ผมไม่รู้ว่ากำลังพูดเรื่องอะไร
‎จบโชว์แล้วไปกูเกิลซะ

382
00:23:58,603 --> 00:24:02,190
‎ผมรู้ก็แค่เรื่องที่เมียผมเล่าให้ฟังผ่านๆ โอเคไหม

383
00:24:03,483 --> 00:24:08,864
‎แต่ดูเหมือนว่า ถ้าคุณท้องเสีย…

384
00:24:12,075 --> 00:24:15,453
‎ท้องเสียจะทำให้ยาไม่มีผลได้

385
00:24:17,414 --> 00:24:20,500
‎ใช่แล้ว มีความกลัวเกิดขึ้นในห้องนี้แล้วตอนนี้

386
00:24:21,668 --> 00:24:24,504
‎เพราะว่าท้องเสียทำให้มีลูกได้

387
00:24:26,381 --> 00:24:28,758
‎เพราะเห็นได้ชัดว่าถ้าคุณท้องเสีย

388
00:24:30,844 --> 00:24:33,513
‎ยาจะไหลออกจากตัวไปเลย

389
00:24:34,472 --> 00:24:37,851
‎ก่อนที่ร่างกายคุณจะมีเวลาดูดซึมฮอร์โมน

390
00:24:37,934 --> 00:24:41,354
‎เพราะฉะนั้นท้องเสียมีโอกาสทำให้ยาใช้ไม่ได้ผล

391
00:24:42,189 --> 00:24:44,482
‎นั่นเป็นวิธีการมีลูกที่เละตุ้มเป๊ะที่สุดเลย

392
00:24:45,775 --> 00:24:49,362
‎มีเด็กที่เกิดจากท้องเสียกี่คน…

393
00:24:51,072 --> 00:24:53,283
‎อยู่ในห้องนี้ตอนนี้

394
00:24:55,368 --> 00:24:56,536
‎เราไม่มีทางรู้หรอก

395
00:24:57,704 --> 00:25:00,665
‎เราไม่มีทางรู้หรอก

396
00:25:01,666 --> 00:25:03,543
‎เราไม่มีทางรู้เพราะคุณไม่รู้

397
00:25:03,627 --> 00:25:06,004
‎อย่างแรก ท้องเสียทำให้มีลูก

398
00:25:06,713 --> 00:25:09,382
‎คุณจะรู้เรื่องนั้นได้ไง นั่นไม่ใช่ความรู้ทั่วไป

399
00:25:09,466 --> 00:25:12,260
‎ที่จริงในประสบการณ์ของผม
‎ท้องเสียหยุดการทำลูก

400
00:25:14,054 --> 00:25:17,307
‎ไม่ให้เกิดมา มันขัดกับความรู้สึกน่ะ

401
00:25:18,725 --> 00:25:21,853
‎อย่างที่สอง แม้คุณจะตะบี้ตะบันทำไปได้…

402
00:25:24,606 --> 00:25:29,694
‎และคุณรู้เรื่องที่ว่าท้องเสียทำให้มีลูกโดยตรง

403
00:25:30,779 --> 00:25:33,114
‎คุณจะบอกต่อข้อมูลนั้นทำไม

404
00:25:34,157 --> 00:25:35,951
‎คุณจะบอกเรื่องนั้นกับคนอื่นทำไม

405
00:25:36,993 --> 00:25:38,662
‎ยิ่งลูกตัวเองยิ่งไม่ต้องบอกเลย

406
00:25:39,412 --> 00:25:42,999
‎ลูกคุณก็จะถามว่า "นี่ พ่อ เด็กเกิดมาจากไหน"

407
00:25:44,834 --> 00:25:45,877
‎"คือ…

408
00:25:47,712 --> 00:25:50,340
‎ผู้ชายกับผู้หญิงรักกัน

409
00:25:50,423 --> 00:25:53,176
‎ผู้หญิงกินหอยนางรมเน่าเข้าไป

410
00:25:54,427 --> 00:25:56,888
‎ของชั่วร้ายออกมาจากก้นผู้หญิง

411
00:25:56,972 --> 00:25:59,891
‎และลูกก็คือของขวัญ
‎นั่นคือสิ่งที่พ่อพยายามจะบอก"

412
00:26:02,978 --> 00:26:06,606
‎แค่อยากรู้นะ
‎คนห้องนี้เอนเอียงไปทางการเมืองฝั่งไหน

413
00:26:07,232 --> 00:26:10,527
‎พวกคุณห้องนี้เป็นซ้ายหรือขวา
‎ผมมีมุกให้ทั้งสองฝั่งนั่นแหละ

414
00:26:11,736 --> 00:26:13,905
‎ถึงช่วงนี้ในเน็ตฟลิกซ์สเปเชียล

415
00:26:13,989 --> 00:26:17,200
‎ผมอยากให้มีช่องสองช่องหล่นลงมา

416
00:26:18,076 --> 00:26:19,744
‎เหมือนหนังสือผจญภัยตามใจเลือก

417
00:26:22,706 --> 00:26:26,126
‎และคุณก็เลือกฝั่ง
‎จุดยืนทางการเมืองของตัวเองได้

418
00:26:26,960 --> 00:26:29,796
‎ไม่ว่าคุณเลือกฝั่งไหน

419
00:26:29,879 --> 00:26:31,631
‎มันจะไปอยู่จุดเดียวกัน

420
00:26:36,594 --> 00:26:38,596
‎ผมว่าเรามีเทคโนโลยีที่จะทำแบบนั้น

421
00:26:40,515 --> 00:26:42,017
‎แค่ภาพกราฟิกไร้ประโยชน์

422
00:26:43,810 --> 00:26:45,603
‎มันคือการเปรียบเปรยสำหรับประเทศ

423
00:26:47,772 --> 00:26:51,943
‎ผมรู้ว่าพวกคุณกำลังคิดว่า
‎"รอนนี่ เลิกพูดเรื่องการเมืองเถอะ

424
00:26:52,027 --> 00:26:54,571
‎พูดแต่เรื่องการเมืองอยู่นั่น มันเครียดมาก

425
00:26:54,654 --> 00:26:58,033
‎ขอสักครั้งเหอะ คืนนี้เราไม่ได้แต่งตัวออกมา

426
00:26:58,116 --> 00:27:00,827
‎เพื่อออกมาพูดเรื่องการเมืองนะ

427
00:27:00,910 --> 00:27:03,538
‎ไปเรื่องอื่นเถอะ มันทำให้เราอึดอัดใจมาก

428
00:27:03,621 --> 00:27:07,250
‎ขอร้อง ถ้าเราอยากฟังเรื่องการเมือง
‎เราจะไปไถทวิตเตอร์เอา

429
00:27:08,043 --> 00:27:09,836
‎นี่ไม่ใช่ที่ของมัน"

430
00:27:09,919 --> 00:27:12,380
‎ผมได้ยินแล้ว และก็เห็นด้วย

431
00:27:14,924 --> 00:27:16,968
‎ผมเห็นด้วยมากๆ กับนโยบายเบร็กซิต

432
00:27:19,429 --> 00:27:21,765
‎ฟังผมก่อนนะ

433
00:27:22,515 --> 00:27:25,310
‎ผมชอบเบร็กซิตมาก

434
00:27:26,186 --> 00:27:30,315
‎เพราะผมเกลียดสหราชอาณาจักร
‎และผมหวังว่าเบร็กซิตจะทำลายประเทศนั้น

435
00:27:31,733 --> 00:27:32,734
‎ครับ

436
00:27:33,318 --> 00:27:38,365
‎ซึ่งนั่นไม่ใช่การเหยียดเชื้อชาตินะ
‎เพราะสหราชอาณาจักรไม่ได้เป็นเชื้อชาติ

437
00:27:39,783 --> 00:27:43,578
‎ผมเคยรักยูเคนะ ผมเคยรักยูเค

438
00:27:43,661 --> 00:27:45,997
‎ยูเคคือ "สหราชอาณาจักร" สำหรับคนอเมริกัน

439
00:27:48,708 --> 00:27:51,669
‎ถ้าคุณโตในประเทศ
‎ที่เคยเป็นอาณานิคมอังกฤษอย่างผม…

440
00:27:51,753 --> 00:27:53,546
‎สิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย…

441
00:27:53,630 --> 00:27:56,591
‎เราบูชาคนอังกฤษขึ้นหิ้งเลย

442
00:27:56,674 --> 00:27:58,468
‎เราคิดว่าพวกเขาเจ๋ง

443
00:27:58,551 --> 00:28:01,596
‎ตามหลักแล้วอเมริกาก็เคยเป็น
‎ประเทศในอาณานิคมอังกฤษนะ

444
00:28:01,679 --> 00:28:05,266
‎แต่พวกคุณมั่นใจว่าเจ๋ง
‎ก็เลยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพ

445
00:28:05,350 --> 00:28:09,562
‎ผมเข้าใจ ผมแค่บอกว่าถ้าคุณมาจาก
‎ประเทศในอาณานิคมอังกฤษจริงๆ อย่างผม

446
00:28:09,646 --> 00:28:11,815
‎เราคิดว่าพวกคนอังกฤษคือที่สุด

447
00:28:11,898 --> 00:28:13,691
‎เราจะแบบ "แม่เจ้า เขาสุดยอดเลย"

448
00:28:13,775 --> 00:28:17,195
‎ทุกอย่างที่เขาทำ ใช้วิธีที่ดีที่สุด

449
00:28:17,278 --> 00:28:22,575
‎ทุกสถาบันที่เขาตั้งขึ้นอยู่มาจนทุกวันนี้

450
00:28:22,659 --> 00:28:26,162
‎ที่สิงคโปร์ เรายังใช้มันอยู่
‎เพราะเราคิดว่ามันมีประสิทธิภาพมาก

451
00:28:26,246 --> 00:28:29,916
‎อย่างที่สิงคโปร์
‎เรายังใช้ระบบรัฐบาลแบบอังกฤษ

452
00:28:29,999 --> 00:28:32,127
‎ระบบสภาเวสต์มินสเตอร์

453
00:28:32,210 --> 00:28:36,047
‎คงเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตย
‎แบบตะวันตกที่ดีที่สุดที่เคยคิดค้นขึ้น…

454
00:28:36,131 --> 00:28:37,173
‎ที่เคยนำมาใช้…

455
00:28:37,257 --> 00:28:40,718
‎โอเค มันไม่สมบูรณ์แบบหรอก
‎แต่อย่างน้อยเราก็มีทางเลือก ใช่ไหมล่ะ

456
00:28:40,802 --> 00:28:42,637
‎เราเป็นเกย์และชอบปืนได้ด้วย

457
00:28:44,431 --> 00:28:46,808
‎ไม่ใช่มีสองอย่างให้เลือกแบบนี้ตลอดเวลา

458
00:28:47,726 --> 00:28:52,105
‎อย่างที่สิงคโปร์
‎เรายังใช้ระบบการศึกษาแบบอังกฤษ

459
00:28:52,188 --> 00:28:54,983
‎พอเราเรียนจบมัธยมปลายที่สิงคโปร์
‎เราก็ทำข้อสอบ

460
00:28:55,066 --> 00:28:58,820
‎มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์โอเลเวล

461
00:28:58,903 --> 00:29:04,492
‎เราทำข้อสอบในสิงคโปร์
‎แล้วส่งข้อสอบไปมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

462
00:29:04,576 --> 00:29:09,873
‎"เคมบริดจ์ ช่วยบอกเราที
‎เราฉลาดพอที่จะออกจากโรงเรียนมัธยมหรือยัง

463
00:29:09,956 --> 00:29:11,833
‎เราช่างแม่งสิ่งที่คนอื่นคิด

464
00:29:11,916 --> 00:29:14,753
‎คุณคิดยังไง คนอังกฤษ
‎บอกเราซิ เราฉลาดพอไหม"

465
00:29:14,836 --> 00:29:17,922
‎มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์จะให้คะแนนข้อสอบ
‎และส่งไปรษณีย์กลับมา

466
00:29:18,006 --> 00:29:19,549
‎เขาจะบอก "ใช่ คุณฉลาด

467
00:29:19,632 --> 00:29:21,926
‎คุณโคตรโง่เลย ไปตายซะ"

468
00:29:22,010 --> 00:29:23,219
‎สุดยอด

469
00:29:23,303 --> 00:29:26,890
‎แล้วเราก็จะบอกว่า
‎"ขอบคุณนะ คนอังกฤษ ขอบคุณที่บอกเรา"

470
00:29:27,724 --> 00:29:32,854
‎ที่สิงคโปร์ เรายังใช้ระบบไฟฟ้าแบบอังกฤษ

471
00:29:32,937 --> 00:29:36,149
‎ที่สิงคโปร์ เรายังใช้ปลั๊กสามตาแบบอังกฤษ

472
00:29:36,232 --> 00:29:40,153
‎ปลั๊กสามตาแข็งๆ อ้วนๆ

473
00:29:40,236 --> 00:29:43,323
‎ที่มีขาสามขายื่นออกมา

474
00:29:43,406 --> 00:29:45,658
‎คุณเสียบเข้าผนัง มันเอาไม่ออกเลย

475
00:29:46,326 --> 00:29:48,703
‎ไม่ใช่สองง่ามโง่ๆ แบบอเมริกัน

476
00:29:48,787 --> 00:29:52,290
‎ที่เสียบเข้าไปแล้วร่วง
‎ตามน้ำหนักของมันเหมือนจู๋เหี่ยวๆ

477
00:29:57,086 --> 00:29:58,755
‎"ทอมัส เอดิสัน"

478
00:30:00,673 --> 00:30:03,885
‎เปล่าเลย เราใช้ปลั๊กสามตาแน่นๆ

479
00:30:03,968 --> 00:30:07,931
‎ที่พิชิตมาครึ่งโลกด้วยวิศวกรรมที่ดีเลิศนี้

480
00:30:08,014 --> 00:30:10,225
‎เราเสียบเข้าผนัง มันไม่หลุดออกมา

481
00:30:10,308 --> 00:30:12,977
‎คุณเดินสะดุดปลั๊ก ฝาบ้านกลับล้มลงมาทั้งแถบ

482
00:30:16,940 --> 00:30:20,109
‎ที่สิงคโปร์ เรายังดู
‎วัฒนธรรมการแสดงตลกแบบอังกฤษ

483
00:30:20,860 --> 00:30:24,197
‎มันเป็นวัฒนธรรมการแสดงตลกสูงสุด
‎ที่สิงคโปร์ มิสเตอร์บีน

484
00:30:25,782 --> 00:30:31,037
‎ไอ้มิสเตอร์บีนเป็นตลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
‎ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

485
00:30:31,955 --> 00:30:33,498
‎ที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันไม่มี…

486
00:30:33,581 --> 00:30:36,543
‎ที่สิงคโปร์กับมาเลเซีย เขาไม่มีแชปเปล

487
00:30:36,626 --> 00:30:38,837
‎ไม่มีคริส ร็อก ไม่มีไซน์เฟลด์

488
00:30:38,920 --> 00:30:40,171
‎มีมิสเตอร์บีน

489
00:30:41,422 --> 00:30:44,634
‎มิสเตอร์บีนเป็นตลกผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

490
00:30:44,717 --> 00:30:46,427
‎ที่ทำหน้าโง่ๆ

491
00:30:51,474 --> 00:30:53,685
‎ตลกผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด

492
00:30:57,647 --> 00:30:58,731
‎ช่างหมอนั่นเถอะ

493
00:31:00,108 --> 00:31:03,278
‎ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เขาเอาแฟนของเพื่อนผมนะ

494
00:31:04,153 --> 00:31:06,322
‎แต่ก็นะ ถ้าคุณอยากฟังเรื่องนี้

495
00:31:06,406 --> 00:31:11,995
‎ไปกูเกิลว่าเจมส์ อะแคสเตอร์ บนเว็บวิมีโอ

496
00:31:12,078 --> 00:31:16,624
‎เขาเป็นเพื่อนผมและเป็นตลก
‎เขาเล่าเรื่องนั้นอย่างเปิดเผย

497
00:31:17,876 --> 00:31:20,044
‎จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องของผมที่จะเอามาเล่าหรอก

498
00:31:20,128 --> 00:31:25,091
‎เพราะฉะนั้นผมขอแทรกเดี่ยวของเขา
‎ในเดี่ยวของผมนิดนึงแล้วกัน

499
00:31:26,050 --> 00:31:28,344
‎แต่ผมรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่

500
00:31:29,512 --> 00:31:33,224
‎"เอากับมิสเตอร์บีนจะเป็นยังไงนะ"

501
00:31:36,519 --> 00:31:39,522
‎และผมก็พูดไม่ได้แน่ชัด

502
00:31:39,606 --> 00:31:43,401
‎แต่ผมนึกภาพว่ามันจะเป็นอะไรแบบนี้

503
00:31:48,114 --> 00:31:50,575
‎ซึ่งนั่นไม่ใช่เหตุผลที่ผมเกลียดอังกฤษนะ

504
00:31:51,993 --> 00:31:57,999
‎ผมเกลียดอังกฤษ
‎เพราะตอนผมทำเดี่ยวไมโครโฟนได้สามปี

505
00:31:58,082 --> 00:32:01,085
‎ผมได้รับเชิญไปที่โรงละครโซโหในลอนดอน

506
00:32:01,169 --> 00:32:03,421
‎เพื่อแสดงตลกหนึ่งชั่วโมง

507
00:32:03,504 --> 00:32:06,424
‎ตอนนั้นเป็นเรื่องใหญ่เลย
‎เป็นสถานที่ที่มีเกียรติมาก

508
00:32:06,507 --> 00:32:07,926
‎โรงละครโซโหในลอนดอน

509
00:32:08,009 --> 00:32:11,137
‎เหมือนเป็นศูนย์กลางชุมชนตลกแบบอังกฤษ

510
00:32:11,220 --> 00:32:14,432
‎เป็นด่านตัดสินว่าใครเจ๋ง ใครไม่เจ๋ง

511
00:32:14,515 --> 00:32:16,392
‎ในสถาบันตลกแบบอังกฤษ

512
00:32:16,476 --> 00:32:20,104
‎และการได้รับเชิญไปที่นั่นมันเจ๋งมาก
‎ยิ่งมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยแล้ว

513
00:32:20,188 --> 00:32:24,692
‎ซึ่งเหมือนว่าการแสดงเป็นภาษาอังกฤษ
‎ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่มีค่าอะไรเลย

514
00:32:24,776 --> 00:32:28,446
‎นอกจากมีคนขาวมาให้การรับรอง
‎และนี่เป็นการรับรองสูงสุดแล้ว

515
00:32:28,529 --> 00:32:32,367
‎มันแบบ "ให้ตาย คนอังกฤษขอให้คุณแสดงตลก

516
00:32:32,450 --> 00:32:35,828
‎เป็นภาษาอังกฤษให้คนที่คิดค้นภาษาขึ้นมางั้นเหรอ

517
00:32:35,912 --> 00:32:39,540
‎มันทำอะไรไม่ได้ คุณต้องไป
‎ไปเลย ประเทศแม่เรียกหาคุณอยู่"

518
00:32:39,624 --> 00:32:41,417
‎ผมก็บอกว่า "แหงสิ ผมจะไปอยู่แล้ว"

519
00:32:41,501 --> 00:32:44,212
‎ผมตื่นเต้นที่จะได้พิสูจน์ตัวเองบนเวทีนานาชาติ

520
00:32:44,295 --> 00:32:47,340
‎ผมก็เลยรวบรวมเรื่องทั้งหมดที่มี

521
00:32:47,423 --> 00:32:51,094
‎เอามาปะติดปะต่อกัน
‎จนเป็นเนื้อเรื่องยาวหนึ่งชั่วโมง

522
00:32:51,177 --> 00:32:52,887
‎เรื่องอะไรก็ตามที่ผมเขียนมาถึงตอนนั้น

523
00:32:53,680 --> 00:32:57,433
‎ผมใส่กระเป๋าเดินทาง
‎และไปลอนดอนเหมือนหมีแพดดิงตัน

524
00:32:57,517 --> 00:32:58,518
‎ใช่ไหม

525
00:33:00,979 --> 00:33:04,983
‎ผมก็ไปถึงและได้แสดงสองสัปดาห์

526
00:33:05,066 --> 00:33:07,026
‎ที่โรงละครโซโหในลอนดอน

527
00:33:07,110 --> 00:33:09,988
‎ครั้งแรกของผมที่ลอนดอน
‎ครั้งแรกที่แสดงที่ลอนดอน

528
00:33:10,697 --> 00:33:14,242
‎ผมจำคืนเปิดการแสดงสองสัปดาห์ของผมได้

529
00:33:14,325 --> 00:33:19,122
‎ผมแสดงไปได้สองในสามของโชว์
‎ซึ่งการแสดงก็ดำเนินไปด้วยดี

530
00:33:19,831 --> 00:33:22,000
‎อารมณ์คนดูก็เหมือนตอนนี้

531
00:33:22,625 --> 00:33:25,253
‎แบบ "เมื่อไหร่จะจบเนี่ย"

532
00:33:27,005 --> 00:33:30,425
‎และผมก็เล่ามุกเกี่ยวกับการ…

533
00:33:31,217 --> 00:33:33,177
‎มันมาจากการแสดงตลกในช่วงห้านาทีแรก…

534
00:33:33,261 --> 00:33:34,971
‎มันเป็นมุกเกี่ยวกับ

535
00:33:35,054 --> 00:33:38,725
‎การที่พ่อแม่คนเอเชียรักลูกมากกว่าพ่อแม่คนขาว

536
00:33:39,475 --> 00:33:41,728
‎มุกก็จะประมาณว่า

537
00:33:41,811 --> 00:33:45,690
‎"คนชอบถามผมว่าพ่อแม่คิดยังไง
‎เรื่องที่ผมมาทำเดี่ยวไมโครโฟน

538
00:33:45,773 --> 00:33:48,234
‎แต่คุณไม่เคยถามคำถามนั้นกับตลกผิวขาวคนอื่น

539
00:33:48,317 --> 00:33:50,737
‎เพราะคุณรู้ว่าพ่อแม่เขาไม่สนใจลูกหรอก"

540
00:33:52,947 --> 00:33:55,783
‎ผมก็เล่นมุกนั้นที่ลอนดอน

541
00:33:55,867 --> 00:33:59,537
‎บางคนขำ บางคนก็ไม่ขำ

542
00:33:59,620 --> 00:34:01,122
‎เหมือนในห้องนี้

543
00:34:02,915 --> 00:34:04,751
‎แต่มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ

544
00:34:04,834 --> 00:34:08,337
‎เป็นขาขึ้นและขาลงของการแสดงตลก
‎เราทำแบบนั้น

545
00:34:08,421 --> 00:34:10,757
‎เราสร้างมันขึ้นมา แล้วก็โยนทิ้งไป

546
00:34:10,840 --> 00:34:13,801
‎โดยการพูดเรื่องรุนแรง
‎เพื่อทำลายความตึงเครียด

547
00:34:13,885 --> 00:34:16,429
‎ผมทำเป็นแบบนั้นแบบเดียว นั่นคือเรื่องพื้นฐาน

548
00:34:16,512 --> 00:34:19,348
‎ผมก็เล่ามุกนั้น บางคนขำ บางคนไม่ขำ

549
00:34:19,432 --> 00:34:21,809
‎แล้วเราก็พูดเรื่องอื่นต่อไป

550
00:34:21,893 --> 00:34:23,853
‎แต่ก่อนที่ผมจะพูดเรื่องอื่นต่อไป

551
00:34:24,520 --> 00:34:27,148
‎คนแก่ชาวอังกฤษคนนี้

552
00:34:27,231 --> 00:34:29,942
‎นั่งแถวสองของโรงละครโซโห

553
00:34:30,026 --> 00:34:32,862
‎ยืนขึ้นและเริ่มตะโกน

554
00:34:32,945 --> 00:34:36,616
‎ผมไม่อยากบอกเพศคนนี้นะ

555
00:34:36,699 --> 00:34:41,496
‎แต่ให้นึกภาพคนอังกฤษแก่ๆ
‎ที่โวยวายระหว่างการแสดงนะ

556
00:34:41,579 --> 00:34:44,457
‎คุณเห็นเป็นเพศอะไร

557
00:34:45,208 --> 00:34:46,751
‎ก็นั่นแหละ เขายืนขึ้น…

558
00:34:48,544 --> 00:34:52,090
‎และพูดว่า "พ่องตาย พ่อแม่รักฉัน"

559
00:34:53,257 --> 00:34:56,427
‎ผมก็บอก "อะไรนะ"
‎เขาก็พูดว่า "พ่อแม่รักฉันนะเว้ย

560
00:34:56,511 --> 00:34:57,970
‎และเราก็คิดค้นมหาวิทยาลัยขึ้นมา

561
00:34:58,054 --> 00:35:00,723
‎และคิดค้นระบบสภาเวสต์มินสเตอร์ด้วย"

562
00:35:01,307 --> 00:35:05,228
‎แล้วเขาก็เริ่มพล่ามต่อ
‎เหมือนเดี่ยวไมค์ย่อมๆ แบบอารยธรรมตะวันตก

563
00:35:06,020 --> 00:35:11,567
‎ผมบอก "อ้อ ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่
‎มุกนั่นไม่เกี่ยวกับคุณเลย

564
00:35:11,651 --> 00:35:14,570
‎อย่าถือสาเลยนะครับ
‎เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับคุณและครอบครัวของคุณ

565
00:35:14,654 --> 00:35:18,074
‎ไม่ว่ายังไง มันเป็นเรื่องของผมกับพ่อแม่ผม
‎และการที่สังคมมองเรา

566
00:35:18,157 --> 00:35:21,661
‎ดังนั้นก็อย่าถือสาหาความกันนะ
‎มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณเลย ขอร้องละ"

567
00:35:21,744 --> 00:35:25,164
‎แต่เขาก็ยังกัดไม่ปล่อยบอกว่า
‎"พ่องตาย พ่อแม่ฉันรักฉัน"

568
00:35:25,248 --> 00:35:29,335
‎แล้วเราก็เถียงกันอยู่สองนาที
‎ว่าพ่อแม่รักเขาหรือเปล่า

569
00:35:30,586 --> 00:35:32,505
‎และผมก็รู้ว่านั่นเป็นอารมณ์แบบไหน

570
00:35:32,588 --> 00:35:35,675
‎ผมรู้ว่าอารมณ์นั่นเพิ่มขึ้น มันคุ้นมาก

571
00:35:35,758 --> 00:35:40,054
‎มันคือคนอังกฤษที่อยู่ในเอเชีย
‎อารมณ์แบบ "ไม่ต้องบอกว่าเราห่วยนะ

572
00:35:40,138 --> 00:35:43,099
‎เราเคยเป็นเจ้าของดินแดนคุณ
‎ใช้ชีวิตแบบไม่มีผลกระทบอะไร

573
00:35:43,182 --> 00:35:45,726
‎เพราะเรามีกลยุทธ์การถอนตัว"

574
00:35:45,810 --> 00:35:48,187
‎แล้วผมก็พูดว่า "จะบอกอะไรให้นะ

575
00:35:48,771 --> 00:35:52,567
‎ตอนนี้เราอยู่กันมาสองในสาม
‎ของการแสดงของผมแล้ว

576
00:35:52,650 --> 00:35:55,194
‎เราเถียงกันเรื่องพ่อแม่รักคุณหรือเปล่า

577
00:35:55,278 --> 00:35:59,740
‎มาสองนาที ซึ่งมันนานมากในการแสดงสด

578
00:36:00,366 --> 00:36:04,203
‎ผมว่าผมทำให้คุณเชื่อไม่ได้ว่าผมเป็นตลกที่ดี

579
00:36:04,287 --> 00:36:06,330
‎คุณอาจต้องออกไปนะ"

580
00:36:06,956 --> 00:36:12,545
‎และเขาก็พูดว่า "ฉันจ่ายสิบปอนด์เข้ามา
‎ฉันไม่ไปไหนหรอกโว้ย"

581
00:36:13,421 --> 00:36:17,508
‎ซึ่งเป็นการแสดงท่าทีในการแสดงตลกที่แปลกมาก

582
00:36:20,011 --> 00:36:26,767
‎ผมก็เลยพูดว่า "งั้น ก็ได้
‎ผมจะจ่าย 20 ปอนด์ให้คุณออกไป"

583
00:36:27,685 --> 00:36:29,145
‎ผมก็จ่ายจริงๆ

584
00:36:30,313 --> 00:36:31,564
‎แล้วเขาก็ไป

585
00:36:33,649 --> 00:36:36,652
‎และนั่นก็เป็นโมเดลธุรกิจ
‎ของการแสดงตลกที่แย่มากนะจะบอกให้

586
00:36:36,736 --> 00:36:38,196
‎มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก

587
00:36:38,279 --> 00:36:42,033
‎ไม่มีการคืนเงินเด็ดขาด
‎ผมไม่สนใจนะว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น

588
00:36:42,116 --> 00:36:44,827
‎เงินคุณเป็นของผมแล้ว เข้าใจไหม

589
00:36:44,911 --> 00:36:46,996
‎ผมไม่สน คุณถล่มเวทีก็ได้นะถ้าต้องการ

590
00:36:47,079 --> 00:36:48,831
‎ผมก็จะเลิกเร็วขึ้น

591
00:36:49,707 --> 00:36:53,586
‎คุณตัดสินใจเอาว่าอยากให้การแสดงนานแค่ไหน
‎เพราะเงินคุณเป็นของผมแล้ว

592
00:36:54,962 --> 00:36:58,299
‎และเรื่องทั้งหมดนั้นได้เกิดขึ้นจริง
‎เขายืนขึ้นตะโกนใส่ผม

593
00:36:58,382 --> 00:37:00,551
‎ผมจ่ายเขา 20 ปอนด์ แล้วเขาก็ออกไป

594
00:37:00,635 --> 00:37:02,887
‎และนั่นก็ยังไม่ใช่เหตุผลที่ผมเกลียดอังกฤษ

595
00:37:04,680 --> 00:37:06,599
‎ผมมีพ่อแม่ที่หัวโบราณ

596
00:37:06,682 --> 00:37:11,395
‎ผมถูกสอนมาว่าถ้าเกิดเรื่องผิดพลาด
‎ให้โทษตัวเองไปตลอด

597
00:37:12,605 --> 00:37:14,941
‎ผมก็คิด "ได้ ฉันเห็นด้วยกับเรื่องนั้นได้นะ

598
00:37:15,024 --> 00:37:17,151
‎ฉันกดติดตามช่องยูทูบนั่นแล้ว

599
00:37:17,235 --> 00:37:19,445
‎เอาเลย มารับผิดชอบเรื่องส่วนตัวกันหน่อย

600
00:37:19,528 --> 00:37:23,532
‎ฉันต้องเก่งขึ้น ฉันจะเก่งขึ้น ฉันต้องหามุกที่ดีขึ้น

601
00:37:23,616 --> 00:37:26,953
‎ฉันต้องต่อรองกับคนเก่งขึ้น ฉันจะกลับมา

602
00:37:27,036 --> 00:37:30,164
‎ฉันจะกลับมา และจะชนะไอ้เส็งเคร็งพวกนี้ให้ได้

603
00:37:30,248 --> 00:37:33,542
‎ฉันจะกลับมา
‎และจะทำให้พวกอังกฤษปฏิเสธฉันไม่ได้เลย"

604
00:37:33,626 --> 00:37:37,255
‎และในช่วงเวลาสองปีต่อมา
‎ผมคิดมุกที่จะใช้ในการออกทัวร์รอบต่อไป

605
00:37:37,338 --> 00:37:41,092
‎ผมพยายามเล่าให้เป็นสากลขึ้น
‎เล่าเรื่องวงแคบให้น้อยลง

606
00:37:41,175 --> 00:37:42,969
‎ประหลาดมากขึ้น

607
00:37:43,052 --> 00:37:44,345
‎มีแบบนี้มากขึ้น

608
00:37:47,265 --> 00:37:50,184
‎มีตุ๊กตาหมีหรืออะไรก็ตามที่ผมคิดว่าเขาอยากได้

609
00:37:50,268 --> 00:37:52,395
‎แสดงตามใจคนดู

610
00:37:52,478 --> 00:37:55,940
‎และสองปีต่อมา
‎ผมก็ได้รับเชิญให้กลับไปที่โรงละครโซโห

611
00:37:56,023 --> 00:37:59,193
‎ให้แสดงอีกสองสัปดาห์
‎และผมก็กระตือรือร้นจะไปมาก

612
00:37:59,277 --> 00:38:03,114
‎ผมคิด "เอาสิวะ" ตื่นเต้นที่จะไป
‎ผมเหมือนร็อกกี้หลังฉายภาพตอนซ้อมเร็วๆ แล้ว

613
00:38:03,197 --> 00:38:06,492
‎"นายฆ่าเพื่อนผิวสีของฉัน
‎ฉันมาฆ่านายแล้วตอนนี้ มาลุยเลย"

614
00:38:06,575 --> 00:38:09,120
‎ผมเปรียบเปรยได้แย่
‎แต่เข้าใจนะว่าผมพยายามจะสื่ออะไร

615
00:38:09,787 --> 00:38:11,414
‎แล้วผมก็ได้รับเชิญกลับไป

616
00:38:11,497 --> 00:38:17,128
‎ผมจำคืนเปิดของการแสดงสองสัปดาห์
‎ครั้งที่สองของผมที่โรงละครโซโหได้

617
00:38:17,211 --> 00:38:23,050
‎ผมแสดงไปสามในสี่ของโชว์แล้ว
‎และผมก็เล่ามุกเกี่ยวกับ…

618
00:38:23,134 --> 00:38:25,428
‎และจำไว้นะว่าสิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณ

619
00:38:25,511 --> 00:38:30,016
‎คือมุกจากคนที่อายุน้อยกว่ามาก
‎และเป็นตลกที่ชั่วโมงบินน้อยกว่าเยอะ

620
00:38:30,099 --> 00:38:33,436
‎นะครับ ดังนั้นถ้ามันจะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องนี้

621
00:38:33,519 --> 00:38:38,566
‎ให้มองสิ่งที่ผมกำลังจะพูด
‎ว่าอยู่ในเครื่องหมายคำพูด

622
00:38:38,649 --> 00:38:42,236
‎นะครับ ที่จริงผมไม่ได้กำลังเล่ามุกนี้ในตอนนี้นะ

623
00:38:43,279 --> 00:38:49,160
‎ผมกำลังยกคำพูดของตลกอีกคน
‎ที่เคยเล่ามุกนี้ที่ลอนดอนในปี 2012

624
00:38:50,369 --> 00:38:53,164
‎บังเอิญว่าตลกคนนั้นคือตัวผม โอเคนะ

625
00:38:54,373 --> 00:38:57,460
‎อีกอย่างตอนนั้นผมเด็กกว่านี้มาก
‎และประสบการณ์น้อย

626
00:38:57,543 --> 00:39:01,130
‎และตอนนั้นคนดูของผมก็อายุน้อยกว่ามาก

627
00:39:01,213 --> 00:39:05,843
‎มันไม่ใช่คนดูที่หย่าแล้ว
‎หรือต้องจ้างพี่เลี้ยงเด็กแบบนี้ นะครับ

628
00:39:06,510 --> 00:39:08,054
‎ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

629
00:39:08,137 --> 00:39:10,598
‎คนดูของผมแก่ไปกับผมอย่างน่าตกใจ

630
00:39:11,766 --> 00:39:13,601
‎ผมก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน
‎แต่เราก็อยู่นี่แล้ว

631
00:39:13,684 --> 00:39:15,853
‎ก็พยายามสนุกให้เต็มที่แล้วกัน

632
00:39:17,271 --> 00:39:19,190
‎มองสิ่งที่ผมกำลังจะพูดผ่านภาพนั้น

633
00:39:19,273 --> 00:39:21,150
‎ตลกเด็ก คนดูเด็ก โอเคนะ

634
00:39:21,233 --> 00:39:24,362
‎หรือไม่ก็มารุมแบนผมได้เลย ผมไม่สนใจอีกแล้ว

635
00:39:24,445 --> 00:39:26,447
‎ผมก็เล่ามุกเกี่ยวกับ…

636
00:39:26,530 --> 00:39:27,573
‎มันเริ่มต้นด้วย

637
00:39:27,656 --> 00:39:30,201
‎ตอนอยู่โรงเรียนมัธยมปลาย
‎ผมอยู่ใกล้สาวๆ แล้วทำตัวไม่ถูก

638
00:39:30,284 --> 00:39:33,913
‎ถ้าผมปิ๊งสาวแล้วเธอไม่ชอบผมกลับทันที

639
00:39:33,996 --> 00:39:37,666
‎ผมถือเป็นสัญญาณว่า
‎ผมต้องพยายามให้มากขึ้นเพื่อชนะใจเธอ

640
00:39:37,750 --> 00:39:40,586
‎ผมก็เลยแสดงความจริงใจต่อเธอ
‎โดยการซื้อดอกไม้ให้เธอ

641
00:39:40,669 --> 00:39:42,713
‎ซื้อช็อกโกแลตให้ ผมจะเอาให้เธอในห้องเรียน

642
00:39:42,797 --> 00:39:45,966
‎ผมวาดการ์ตูนที่เราได้คบกันตอนจบ

643
00:39:46,050 --> 00:39:47,885
‎เป็นเรื่องที่น่าอับอายขายขี้หน้า

644
00:39:47,968 --> 00:39:51,806
‎ที่ผมยังกรีดร้องอยู่บนเตียง 17 ปีต่อมา
‎เวลาที่นึกถึงมัน

645
00:39:51,889 --> 00:39:56,685
‎ก็เหมือนผู้ชายส่วนใหญ่ในวัยนั้น
‎ผมควบคุมอารมณ์ไม่เป็น

646
00:39:56,769 --> 00:39:59,814
‎และพวกผู้ชายก็โง่เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว

647
00:39:59,897 --> 00:40:02,733
‎แล้วคุณก็เพิ่มฮอร์โมนเข้าไป
‎มันก็โง่บรมโง่เลย

648
00:40:02,817 --> 00:40:05,528
‎คุณเริ่มจะลงเหวไปเหมือนที่ผู้ชายส่วนใหญ่เป็น

649
00:40:05,611 --> 00:40:08,531
‎ซึ่งก็คือคุณพยายามจะวิเคราะห์
‎วิธีทำให้ผู้หญิงชอบคุณ

650
00:40:08,614 --> 00:40:11,200
‎คุณเริ่มพยายามแจกแจงออกมาเหมือนวิชาเลข

651
00:40:11,283 --> 00:40:13,786
‎แล้วก็บอกว่า
‎"เอาละ นายต้องเป็นผู้ชายแบดบอย

652
00:40:13,869 --> 00:40:16,080
‎ผู้หญิงไม่ชอบผู้ชายแสนดี" นู่นนี่นั่น

653
00:40:16,163 --> 00:40:21,502
‎ผมใช้เวลานานมาก
‎กว่าจะรู้ความลับเกี่ยวกับผู้หญิง

654
00:40:21,585 --> 00:40:26,465
‎ซึ่งก็คือถ้าคุณชอบผู้หญิงคนหนึ่ง
‎แต่เธอไม่ชอบคุณกลับ

655
00:40:26,549 --> 00:40:31,637
‎สิ่งที่ต้องจำไว้เลยก็คือ
‎ผู้หญิงไม่ได้ติดหนี้อะไรคุณ

656
00:40:32,304 --> 00:40:35,433
‎มันเป็นแบบนั้น ผู้หญิงไม่ได้ติดหนี้อะไรคุณ

657
00:40:35,516 --> 00:40:38,436
‎- ใช่
‎- ใช่ พวกผู้ชายก็ยังไม่จบอีก

658
00:40:38,519 --> 00:40:41,856
‎ผู้ชายบางคนยังไม่จบนะ บอกว่า
‎"ใช่ แต่ฉันซื้อดอกไม้ให้เธอนะ

659
00:40:42,481 --> 00:40:44,150
‎ทำไมเธอไม่อยากอึ๊บกับฉันล่ะ"

660
00:40:44,233 --> 00:40:46,485
‎เพราะเธอไม่ได้ติดหนี้อะไรคุณไงเล่า

661
00:40:46,569 --> 00:40:49,280
‎"ใช่ แต่ฉันเอาเวลาสุดสัปดาห์
‎ไปซ่อมคอมพ์ให้เธอนะ

662
00:40:49,947 --> 00:40:51,532
‎ทำไมเธอไม่อยากอมนกเขาฉันล่ะ"

663
00:40:51,615 --> 00:40:54,285
‎เพราะเธอไม่ได้ติดหนี้อะไรคุณไงล่ะ
‎จำใส่กะโหลกไว้

664
00:40:54,368 --> 00:40:58,122
‎ผู้หญิงไม่ได้ติดหนี้อะไรคุณ
‎ไม่ว่าคุณทำอะไรก็ตาม

665
00:40:58,205 --> 00:40:59,748
‎อะไรก็ตามที่คุณทำ คุณเลือกเอง

666
00:40:59,832 --> 00:41:02,460
‎อย่าโยนให้เธอ นั่นเรื่องของคุณ เข้าใจไหม

667
00:41:02,543 --> 00:41:06,297
‎ผู้หญิงไม่ใช่ตู้หยอดเหรียญ
‎ที่คุณจะหยอดน้ำใจเข้าไปจนกว่าเซ็กซ์หล่นลงมา

668
00:41:07,882 --> 00:41:10,217
‎โอเคไหม พวกเธอไม่ได้ติดหนี้อะไรคุณ

669
00:41:10,301 --> 00:41:12,094
‎ผู้หญิงไม่เหมือนบัตรสะสมแต้มกาแฟ

670
00:41:12,178 --> 00:41:15,055
‎ที่คุณแสตมป์ครบสิบครั้งแล้วจะได้เอานะ

671
00:41:15,139 --> 00:41:17,099
‎พวกเธอไม่ได้ติดหนี้อะไรคุณ จำใส่กะโหลกไว้

672
00:41:17,183 --> 00:41:18,476
‎พวกเธอไม่ได้ติดหนี้อะไรคุณ

673
00:41:18,559 --> 00:41:22,062
‎ทุกอย่างที่คุณทำ คุณเลือกทำเอง
‎เป็นเรื่องของคุณ คิดดูเอาเอง

674
00:41:22,938 --> 00:41:26,108
‎ดังนั้นถ้าคุณเป็นผู้ชายไปชอบผู้หญิง

675
00:41:26,192 --> 00:41:28,319
‎แต่เธอไม่ชอบคุณกลับนะครับ

676
00:41:28,402 --> 00:41:30,404
‎และจำไว้ว่าผมยังอยู่ในเครื่องหมายคำพูดนะ

677
00:41:32,490 --> 00:41:35,951
‎คุณเอาพลังงานทั้งหมด
‎ที่คุณเสียไปกับเรื่องนอกกาย

678
00:41:36,035 --> 00:41:39,497
‎อย่างการซื้อดอกไม้และช็อกโกแลต
‎และการวาดการ์ตูน…

679
00:41:39,580 --> 00:41:41,290
‎คุณเลิกทำไปเลย

680
00:41:41,373 --> 00:41:44,752
‎แล้วนำพลังงานนั้นกลับเข้ามาสู่ภายใน
‎จดจ่อที่ตัวเอง

681
00:41:45,419 --> 00:41:48,088
‎พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกวัน
‎นั่นคือเป้าหมายของคุณ

682
00:41:48,172 --> 00:41:51,217
‎วันนี้ทำให้ตัวเองดีขึ้นกว่าที่เป็นเมื่อวาน

683
00:41:51,300 --> 00:41:54,094
‎แม้จะแค่ 0.5 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม

684
00:41:54,178 --> 00:41:57,097
‎และสิ่งที่ได้มาเล็กๆ น้อยๆ นี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

685
00:41:57,181 --> 00:42:01,602
‎และในการเป็นผู้ชาย
‎คุณค่าของคุณจะเพิ่มขึ้นเมื่อแก่ตัว

686
00:42:01,685 --> 00:42:04,021
‎และการเป็นผู้หญิง
‎คุณค่าของพวกเธอจะลดลงเมื่อแก่ตัว

687
00:42:04,104 --> 00:42:07,316
‎และเมื่อเส้นนั้นยาวกว่าเส้นนั้น
‎และวายเท่ากับเอ็มเอกซ์บวกซี

688
00:42:07,399 --> 00:42:09,026
‎คุณจะได้ทุกอย่างคืนหมด

689
00:42:09,109 --> 00:42:12,238
‎คุณเดินหมากระยะยาว
‎และรอให้เรื่องบ้าพวกนี้จบลง

690
00:42:13,948 --> 00:42:15,658
‎เพราะเวลาอยู่ข้างคุณ

691
00:42:18,494 --> 00:42:20,246
‎ก็นั่นแหละครับ ผมเล่ามุกนั้น

692
00:42:20,329 --> 00:42:23,499
‎ก็มีบางคนขำ บางคนไม่ขำ

693
00:42:23,582 --> 00:42:25,668
‎เหมือนในห้องนี้

694
00:42:25,751 --> 00:42:28,921
‎แต่มันก็เป็นแบบนั้นนะ
‎นั่นคือขาขึ้นขาลงของการแสดงตลก

695
00:42:29,004 --> 00:42:30,589
‎ไม่รู้จะทำยังไงได้อีก

696
00:42:30,673 --> 00:42:32,800
‎เราสร้างมันขึ้นมา แล้วก็โยนทิ้งไป

697
00:42:34,218 --> 00:42:35,886
‎ผมไม่รู้ว่าทำยังไงได้อีก

698
00:42:35,970 --> 00:42:39,557
‎ผมก็เล่ามุกนั้นและยังไปไม่ถึงมุกเด็ดด้วยซ้ำ

699
00:42:39,640 --> 00:42:41,392
‎ผมได้เล่าถึงแค่ต้นๆ มุก

700
00:42:41,475 --> 00:42:43,936
‎และในการแสดงสองสัปดาห์ครั้งที่สองของผม

701
00:42:44,019 --> 00:42:46,564
‎ที่โรงละครโซโหในลอนดอน ในคืนเปิด

702
00:42:46,647 --> 00:42:49,858
‎แสดงไปได้สามในสี่ของโชว์แล้ว ผมเล่าถึง

703
00:42:49,942 --> 00:42:51,986
‎"ตอนเรียนม.ปลาย
‎ผมอยู่ใกล้สาวๆ แล้วทำตัวไม่ถูก

704
00:42:52,069 --> 00:42:54,530
‎ถ้าผมปิ๊งสาวแล้วเธอไม่ชอบผมกลับทันที

705
00:42:54,613 --> 00:42:57,283
‎ผมถือเป็นสัญญาณว่า
‎ผมต้องพยายามให้มากขึ้นเพื่อชนะใจเธอ

706
00:42:57,366 --> 00:42:59,159
‎ผมก็เลยซื้อดอกไม้ให้ ซื้อช็อกโกแลตให้

707
00:42:59,243 --> 00:43:02,663
‎ผมวาดการ์ตูนที่เราได้คบกันตอนจบ
‎เพียงเพื่อจะแสดงความจริงใจ"

708
00:43:02,746 --> 00:43:04,915
‎และพอถึงจุดนี้

709
00:43:04,999 --> 00:43:08,752
‎คนอังกฤษอายุไม่มากคนนี้ ที่นั่งตรงที่เดียวกัน

710
00:43:08,836 --> 00:43:11,630
‎กับชายแก่คนอังกฤษเมื่อสองปีก่อน

711
00:43:11,714 --> 00:43:14,925
‎คนนี้ยืนขึ้นและเริ่มตะโกน

712
00:43:15,009 --> 00:43:17,803
‎และผมไม่อยากบอกเพศคนนี้นะ

713
00:43:18,470 --> 00:43:22,808
‎แต่ลองนึกภาพคนอังกฤษที่อายุไม่มาก
‎โวยวายระหว่างการแสดง

714
00:43:22,891 --> 00:43:24,560
‎ภาพในหัวคุณเห็นเป็นใคร

715
00:43:25,477 --> 00:43:27,062
‎นั่นแหละครับ เธอก็ยืนขึ้น

716
00:43:28,272 --> 00:43:32,276
‎และพูดว่า "ฉันเบื่อพวกผู้ชาย
‎ที่แก้ตัวเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ

717
00:43:32,359 --> 00:43:34,945
‎สิ่งที่คุณทำคือวัฒนธรรมการข่มขืนที่ไม่จบสิ้น

718
00:43:35,029 --> 00:43:36,322
‎ไม่ต้องอ้างเรื่องฮอร์โมนเลย"

719
00:43:36,405 --> 00:43:38,741
‎ผมก็บอก "อุ๊ย ไม่ใช่นะ

720
00:43:38,824 --> 00:43:42,077
‎นี่ไม่ใช่เรื่องการข่มขืนนะ
‎ผมยืนยันได้เลย นี่ไม่ใช่เรื่องการข่มขืน

721
00:43:42,161 --> 00:43:44,788
‎นี่เป็นเรื่องความรักวัยรุ่น
‎ที่ทำตัวไม่ถูกและไม่มีสิ่งตอบแทน

722
00:43:45,664 --> 00:43:48,125
‎ใช่ และผมก็เข้าข้างคุณนะ ผมเข้าข้างคุณ

723
00:43:48,208 --> 00:43:50,544
‎ผมพูด 50 รอบเลยว่า
‎"ผู้หญิงไม่ได้ติดหนี้อะไรคุณ"

724
00:43:50,628 --> 00:43:53,297
‎ผมเข้าข้างคุณ คุณต้องปล่อยให้ผมเฉลยมุกก่อน

725
00:43:53,380 --> 00:43:54,840
‎เพราะนี่เป็นการแสดงตลก

726
00:43:54,923 --> 00:43:56,925
‎คุณต้องปล่อยให้ผมเฉลยมุกเรื่องนี้

727
00:43:57,009 --> 00:43:59,511
‎และผมก็มีคำพูดจากเชกสเปียร์
‎เกี่ยวกับผู้หญิงและตู้หยอดเหรียญ

728
00:43:59,595 --> 00:44:01,388
‎คุณจะต้องชอบแน่ ผมรับปากได้เลย

729
00:44:02,640 --> 00:44:06,268
‎ผมรับปากเลย คุณจะต้องเห็นด้วยกับผมเรื่องนี้แน่

730
00:44:06,352 --> 00:44:10,230
‎แค่ปล่อยให้ผมเฉลยมุกเรื่องนี้
‎แต่ก็ไม่แน่คุณอาจไม่ชอบตอนจบ

731
00:44:10,314 --> 00:44:12,566
‎แต่มันก็เป็นอย่างนั้น มันเป็นขาขึ้นขาลงของตลก

732
00:44:12,650 --> 00:44:15,277
‎บางเรื่องคุณก็ไม่ชอบ แต่คุณจะชอบทั้งการแสดง

733
00:44:15,361 --> 00:44:17,196
‎ผมยืนยันเลย ผมเข้าข้างคุณ"

734
00:44:17,279 --> 00:44:19,281
‎แต่เธอก็ไม่ปล่อยให้ผมพูดต่อ

735
00:44:19,365 --> 00:44:23,160
‎เธอกล่าวหาผม
‎เรื่องวัฒนธรรมการข่มขืนที่ไม่จบสิ้นไปเรื่อยๆ

736
00:44:23,243 --> 00:44:26,038
‎สุดท้ายผมเลยพูดว่า "จะบอกให้นะ

737
00:44:26,747 --> 00:44:29,875
‎ตอนนี้เราอยู่กันมาสามในสี่ของการแสดงแล้ว

738
00:44:29,958 --> 00:44:33,504
‎เราเถียงกันเรื่องข่มขืนมาสองนาที

739
00:44:33,587 --> 00:44:37,591
‎ผมว่าผมทำให้คุณเชื่อไม่ได้หรอกว่า
‎ผมไม่ใช่คนเส็งเคร็ง

740
00:44:37,675 --> 00:44:39,051
‎คุณอาจต้องออกไปนะ"

741
00:44:39,802 --> 00:44:45,265
‎และเธอก็พูดว่า "ฉันจ่ายสิบปอนด์เข้ามา
‎ฉันไม่ไปไหนหรอกโว้ย"

742
00:44:45,349 --> 00:44:48,310
‎เพราะในสองปีค่าตั๋วผมไม่สูงขึ้นเลย

743
00:44:51,980 --> 00:44:55,275
‎ผมก็เลยบอกว่า "งั้นผมจะจ่าย

744
00:44:56,110 --> 00:44:58,904
‎สิบปอนด์ให้คุณออกไป"

745
00:44:59,863 --> 00:45:00,989
‎ผมก็จ่ายจริงๆ

746
00:45:02,616 --> 00:45:03,700
‎แล้วเธอก็ไป

747
00:45:06,203 --> 00:45:08,914
‎นี่ไง ผู้หญิงถึงได้ค่าจ้างต่อชั่วโมงน้อยกว่าผู้ชาย

748
00:45:12,418 --> 00:45:16,255
‎เพราะพวกเธอหาผลประโยชน์ไม่เป็น

749
00:45:17,131 --> 00:45:19,842
‎ในการต่อรองทางธุรกิจ…

750
00:45:22,428 --> 00:45:26,181
‎ถ้าผมเป็นคนนิสัยไม่ดี ผมก็จะพูดแบบนั้น

751
00:45:27,599 --> 00:45:30,727
‎แต่ผมเปล่า
‎เพราะฉะนั้นที่แน่ๆ ผมไม่ได้พูดแบบนั้น

752
00:45:30,811 --> 00:45:34,773
‎นั่นเป็นเรื่องที่แย่มากแม้จะแค่คิด
‎พูดออกมายิ่งแย่ใหญ่

753
00:45:34,857 --> 00:45:36,442
‎ใครจะทำแบบนั้นวะ

754
00:45:37,443 --> 00:45:41,530
‎แต่ก็เป็นแบบนั้นแหละ
‎มันเป็นขาขึ้นขาลงของตลก

755
00:45:41,613 --> 00:45:44,116
‎เราสร้างมันขึ้นมา แล้วก็โยนทิ้งไป

756
00:45:44,199 --> 00:45:48,120
‎ไม่รู้ว่าทำไมมันได้ผล มันก็ได้ผลนะ
‎ผมไม่รู้ว่าทำไมมันถึงโอเค

757
00:45:48,203 --> 00:45:51,707
‎อาจเป็นเพราะเราทุกคนใช้เวลาและอยู่ด้วยกัน

758
00:45:51,790 --> 00:45:54,001
‎ใช้ช่วงเวลาด้วยกัน
‎เลยเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

759
00:45:54,084 --> 00:45:55,335
‎มันอาจไม่โอเคก็ได้

760
00:45:56,253 --> 00:45:57,504
‎ไม่รู้สิ

761
00:45:57,588 --> 00:46:00,674
‎ผมไม่มีหน้าที่มาสอนให้คุณเล่นตลกด้วย

762
00:46:00,757 --> 00:46:03,093
‎ถ้าคุณอยากรู้ว่าเล่นยังไง ก็ไปเดี่ยวไมค์สั้นๆ ดู

763
00:46:03,177 --> 00:46:05,929
‎ทำคืนละหลายครั้งสักสิบปี แล้วมาบอกผม

764
00:46:06,013 --> 00:46:07,890
‎ถ้าคิดว่างานนี้ไม่มีความเป็นศิลปะ

765
00:46:07,973 --> 00:46:09,975
‎ถ้าคิดว่าเป็นแค่การพูดเรื่องน่ารังเกียจ

766
00:46:10,058 --> 00:46:13,687
‎หรือไม่พูดเรื่องน่ารังเกียจเลย
‎ก็ไปทำซะ แล้วมาบอกผม

767
00:46:13,770 --> 00:46:15,856
‎และนั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ผมเกลียดอังกฤษ

768
00:46:19,359 --> 00:46:23,363
‎ผมเกลียดอังกฤษเพียงเพราะ
‎ความคิดของพวกเขาที่มีต่อตลก

769
00:46:23,447 --> 00:46:24,823
‎เจ้ายศเจ้าอย่างเหลือเกิน

770
00:46:24,907 --> 00:46:27,826
‎เจ้ายศเจ้าอย่างเหลือเกิน
‎ผมชอบแสดงตลกที่อเมริกา

771
00:46:27,910 --> 00:46:31,538
‎มันคือที่สุดแล้ว สนุกมาก
‎แสดงตลกที่อเมริกาสนุกมาก

772
00:46:31,622 --> 00:46:33,457
‎- เจ๋งที่สุดแล้ว
‎- ใช่

773
00:46:33,540 --> 00:46:34,791
‎มันคือที่สุด

774
00:46:35,667 --> 00:46:38,545
‎จริงๆ นะ สมเหตุสมผลแล้วที่ตลกถูกคิดค้นขึ้นที่นี่

775
00:46:38,629 --> 00:46:41,173
‎แน่นอนละที่พวกคุณคิดค้นสิ่งนี้ขึ้นมา มันบ้าใช่ไหม

776
00:46:41,256 --> 00:46:43,258
‎มันมีจิตวิญญาณที่แท้จริงของการสร้างสรรค์สิ่งใหม่

777
00:46:43,342 --> 00:46:46,094
‎มันเป็นพลังงานเดียวกัน
‎ที่ให้คุณสร้างสรรค์มาถึงจุด

778
00:46:46,178 --> 00:46:49,056
‎- ที่คุณมีไอโฟน 13 แม็กซ์โปร
‎- ใช่

779
00:46:49,139 --> 00:46:52,434
‎รุ่น 12 ดีไหม 12 ก็สุดยอด
‎แต่ช่างมัน เดินหน้าต่อเรื่อยๆ

780
00:46:52,518 --> 00:46:55,020
‎เหอะน่า เราใส่เลนส์เข้าไปได้อีก

781
00:46:55,103 --> 00:46:57,397
‎มันยังมีพื้นที่อีก เหอะน่า

782
00:46:57,481 --> 00:46:59,816
‎มันเป็นพลังงานเดียวกับที่ทำให้คุณสร้าง

783
00:46:59,900 --> 00:47:03,445
‎วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอที่มหัศจรรย์ภายในไม่ถึงปี…

784
00:47:04,196 --> 00:47:05,405
‎สุดยอด

785
00:47:07,449 --> 00:47:10,744
‎มันได้ผล แต่ก็ไม่ยอมฉีดกัน

786
00:47:11,370 --> 00:47:13,789
‎นั่นคือความเป็นอเมริกันที่สุดแล้ว

787
00:47:13,872 --> 00:47:15,165
‎อเมริกาจะแบบ

788
00:47:16,124 --> 00:47:20,504
‎"ทั้งโลกกำลังเดือดร้อน
‎เอาทุกอย่างที่เราเคยเรียนรู้มาใช้กันเถอะ

789
00:47:20,587 --> 00:47:23,632
‎พื้นฐานข้อมูลของเราทั้งหมด
‎แหล่งข้อมูลทุกอย่างตามสะดวก

790
00:47:23,715 --> 00:47:25,342
‎ผู้อพยพทุกคนที่เคยจบด็อกเตอร์

791
00:47:25,425 --> 00:47:28,762
‎นักเรียนหมอที่เกิดที่นี่ทุกคน มารวมพลังกัน

792
00:47:28,845 --> 00:47:33,016
‎และสร้างวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอที่มหัศจรรย์นี้ขึ้นมา
‎ภายในไม่ถึงปี

793
00:47:33,100 --> 00:47:36,270
‎และเราก็ทำสำเร็จและโคตรได้ผลเลย
‎แต่พ่องตาย เราไม่ฉีดมันหรอก

794
00:47:36,353 --> 00:47:39,982
‎พ่องตาย เราไม่ฉีดมันหรอกโว้ย เราไม่ฉีดหรอก

795
00:47:40,065 --> 00:47:44,111
‎นายก็ฉีดสิ เราไม่ฉีด นายฉีดสิ
‎อะไรนะ นายอยากได้เหรอ

796
00:47:44,194 --> 00:47:47,114
‎ฝันเหอะ เราไม่ให้หรอก

797
00:47:47,197 --> 00:47:49,700
‎เอาไปเทลงแม่น้ำดีกว่า

798
00:47:49,783 --> 00:47:52,661
‎ไปดูดเอาจากแม่น้ำแล้วกัน
‎ดูดเลย ดูดนกเขาฉันเลย

799
00:47:52,744 --> 00:47:55,163
‎ช่างแกและช่างเราด้วย

800
00:47:55,247 --> 00:47:56,498
‎อะไรนะ มันได้ผลเหรอ

801
00:47:56,582 --> 00:47:59,459
‎ตายแล้ว มันได้ผลดีจริงๆ
‎ได้ผลถึง 90 เปอร์เซ็นต์

802
00:47:59,543 --> 00:48:02,546
‎ทำให้แบบจำลองทั้งหมดตายไปเลย
‎แต่ก็ช่างแม่งเถอะ

803
00:48:02,629 --> 00:48:05,382
‎เราไม่ฉีดหรอก ช่างแกและช่างเราด้วย"

804
00:48:05,465 --> 00:48:07,759
‎นั่นคือความเป็นอเมริกันที่สุดแล้ว

805
00:48:15,726 --> 00:48:19,396
‎ผมชอบแสดงตลกที่อเมริกา มันคือที่สุดเลย

806
00:48:19,479 --> 00:48:21,940
‎มันคือที่สุด เราทุกคนเข้าใจตลกที่อเมริกา

807
00:48:22,024 --> 00:48:24,651
‎เราเข้าใจลีลาของมัน ใช่ไหม ไม่มากก็น้อย

808
00:48:24,735 --> 00:48:26,445
‎เรามาที่ห้องมืดๆ

809
00:48:26,528 --> 00:48:29,364
‎พาเพื่อนมา เราดื่มกัน

810
00:48:30,365 --> 00:48:32,909
‎อาจจะกินอาหารกัน มีการพูดเปิด

811
00:48:32,993 --> 00:48:36,288
‎มีคนขึ้นมา มีการพูดเปิดสิบนาที

812
00:48:36,371 --> 00:48:38,915
‎มีไอ้บ้าขึ้นมาพูดชั่วโมงกว่า

813
00:48:39,625 --> 00:48:42,377
‎บางมุกเราขำ บางมุกเราก็ไม่ขำ

814
00:48:42,461 --> 00:48:45,714
‎หวังว่าโดยรวมแล้วเราสนุกกัน
‎แล้วเราก็ไสหัวออกจากที่นี่

815
00:48:45,797 --> 00:48:49,551
‎นั่นคือการแสดงตลกในอเมริกา
‎มันสนุก มันง่าย เราเข้าใจ

816
00:48:49,635 --> 00:48:54,264
‎การแสดงตลกที่อังกฤษแตกต่างกันมากเลย
‎การแสดงตลกที่อังกฤษจริงจังมาก

817
00:48:54,348 --> 00:48:57,184
‎จริงจังมาก
‎เขาไม่เรียกมันว่าการแสดงตลกด้วยซ้ำ

818
00:48:57,267 --> 00:48:59,227
‎เขาเรียกมันว่าการแสดงรื่นเริง

819
00:48:59,311 --> 00:49:02,648
‎"อะไรคือการแสดงรื่นเริง
‎อะไรคือการแสดงเดี่ยวชาย เดี่ยวหญิง

820
00:49:02,731 --> 00:49:05,651
‎คุณควรทำให้เราเดี๋ยวขำเดี๋ยวร้องไห้
‎เดี๋ยวขำเดี๋ยวร้องไห้อีก

821
00:49:05,734 --> 00:49:07,444
‎ที่อังกฤษ เราจะมาดูคุณ

822
00:49:07,527 --> 00:49:11,990
‎มันไม่มีอาหาร ไม่มีเครื่องดื่ม
‎ไม่มีการพูดเปิด ไม่มีเพื่อน

823
00:49:13,659 --> 00:49:16,995
‎มีแค่คุณ หนึ่งชั่วโมง

824
00:49:17,079 --> 00:49:19,039
‎คุณควรพูดให้ตลกล่ะ

825
00:49:19,122 --> 00:49:20,749
‎คุณควรพูดให้ตลกนะ เพื่อน

826
00:49:20,832 --> 00:49:22,709
‎ผมจ่ายค่าที่จอดรถ จ่ายค่าพี่เลี้ยงเด็ก

827
00:49:22,793 --> 00:49:25,003
‎จ่ายค่าเครื่องดื่ม อาหารมื้อค่ำ และจ่ายให้คุณ

828
00:49:25,087 --> 00:49:26,630
‎คุณควรพูดให้ตลกซะดีกว่า"

829
00:49:27,255 --> 00:49:29,549
‎และคนก็มาอารมณ์เสียใส่การแสดงตลก

830
00:49:30,550 --> 00:49:32,386
‎เขาจะแบบ "พ่องตาย ทำให้ฉันขำซิ"

831
00:49:33,595 --> 00:49:35,472
‎คุณก็แบบ "วันนี้เป็นยังไงบ้างครับ"

832
00:49:35,555 --> 00:49:37,307
‎"วันนี้ฉันจะเป็นยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของแก"

833
00:49:38,642 --> 00:49:42,479
‎เขาก็มาดูคุณ และมีคนมารีวิวคุณด้วยนะ

834
00:49:42,562 --> 00:49:46,191
‎มีคนถูกจ้างให้มารีวิวนักแสดงตลก

835
00:49:46,274 --> 00:49:50,028
‎และเราก็ให้ดาวนักแสดงตลกเหมือนร้านอาหาร

836
00:49:50,112 --> 00:49:54,616
‎เหมือนมิชลินสตาร์
‎แล้วก็เอามาลงหนังสือพิมพ์ในวันรุ่งขึ้น

837
00:49:54,700 --> 00:49:56,910
‎ข่าวของประเทศ

838
00:49:56,993 --> 00:50:01,206
‎"รอนนี่ เชียงเป็นนักแสดงตลกสองดาว

839
00:50:01,289 --> 00:50:02,791
‎สองดาว

840
00:50:02,874 --> 00:50:05,335
‎พึ่งพาพื้นเพชาติพันธุ์ของเขามากเกินไป

841
00:50:07,295 --> 00:50:11,591
‎ทั้งที่ไม่เล่นมุกเกี่ยวกับคนเอเชียสักมุกเดียว
‎สองดาว"

842
00:50:12,801 --> 00:50:17,472
‎นิช คูมาร์ได้สี่ดาว ให้สี่ดาวกับนิช คูมาร์

843
00:50:17,556 --> 00:50:20,308
‎แจ็ค ไวต์ฮอล ห้าดาว

844
00:50:21,977 --> 00:50:23,353
‎มิสเตอร์บีน

845
00:50:24,396 --> 00:50:27,357
‎สิบดาว

846
00:50:27,441 --> 00:50:32,738
‎สิบดาวสำหรับเทพแห่งการแสดงตลก
‎มิสเตอร์บีนผู้มาเหนือ คืนนั้นเขาปังสุด

847
00:50:32,821 --> 00:50:36,450
‎เขาปังเหนือทุกคนเลย ตอนที่ทำแบบนี้…

848
00:50:39,578 --> 00:50:41,455
‎เขาปังสุดๆ เป็นเดอะโกตเลย

849
00:50:41,538 --> 00:50:43,457
‎โกตคือ "ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล"

850
00:50:43,540 --> 00:50:46,418
‎เดอะโกต แสดงแบบนี้หกตอน

851
00:50:47,794 --> 00:50:49,713
‎เมื่อ 30 ที่แล้ว ยิ่งใหญ่ที่สุด

852
00:50:49,796 --> 00:50:52,174
‎ใช้ความสามารถ
‎ทลายกำแพงวัฒนธรรมได้โดยไม่ต้องพูด

853
00:50:52,257 --> 00:50:53,842
‎เหมือนเป็นชาร์ลี แชปลินยุคใหม่

854
00:50:53,925 --> 00:50:55,886
‎ไม่มีใครเทียบได้ในการแสดงตลกยุคใหม่

855
00:50:58,889 --> 00:51:02,976
‎ไอ้พวกเยลป์ ทวิตเตอร์
‎บล็อกเกอร์นักรีวิวไร้การศึกษาพวกนี้

856
00:51:03,059 --> 00:51:06,480
‎ที่ออกความเห็นที่ไม่เหมาะสมและไม่มีใครขอ

857
00:51:06,563 --> 00:51:11,276
‎อินเทอร์เน็ตเปิดทางให้
‎วัฒนธรรมการแสดงฝีมือสมัครเล่นบ้าบอ

858
00:51:11,359 --> 00:51:14,529
‎ของพวกปัญญาอ่อนให้เจริญก้าวหน้า

859
00:51:14,613 --> 00:51:17,574
‎คนที่มีความเห็นเฮงซวยที่เราไม่มีวันฟัง

860
00:51:17,657 --> 00:51:20,243
‎ในสถานการณ์ที่เป็นมืออาชีพใดๆ

861
00:51:20,327 --> 00:51:23,079
‎เขาจะเริ่มเปิดบัญชีทวิตเตอร์หรือเยลป์

862
00:51:23,163 --> 00:51:26,500
‎แล้วจู่ๆ ทุกคนก็รีบเข้ามาเชื่อความรู้ของเขา

863
00:51:26,583 --> 00:51:29,085
‎มันมาถึงจุดที่เราสอบตกโรงเรียนแพทย์ได้

864
00:51:29,169 --> 00:51:32,506
‎แต่วันต่อมากลายเป็นหมอที่เขียนรีวิว
‎ไม่สมเหตุสมผลเลย

865
00:51:32,589 --> 00:51:35,717
‎ทุกคนรีวิวทุกอย่างเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญ

866
00:51:35,801 --> 00:51:37,677
‎คนรีวิวการแสดงตลก

867
00:51:37,761 --> 00:51:42,474
‎นึกภาพออกไหม ใครเขารีวิวการแสดงตลกกันวะ

868
00:51:42,557 --> 00:51:45,018
‎ไม่ได้แดกดันนะ ใครรีวิวการแสดงตลก

869
00:51:45,101 --> 00:51:46,686
‎ใครตื่นมาตอนเช้าแล้วบอกว่า

870
00:51:46,770 --> 00:51:51,525
‎"นี่ รู้ไหมว่าวันนี้ฉันจะทำอะไร
‎ด้วยเวลาชีวิตที่มีอย่างจำกัดนี้

871
00:51:52,567 --> 00:51:55,946
‎ฉันจะเลือกสิ่งนี้ ที่สร้างขึ้นจากความสุข

872
00:51:56,863 --> 00:51:59,324
‎ซึ่งมีเจตนาจะกระจายความสุข

873
00:51:59,407 --> 00:52:04,663
‎แล้วฉันก็จะหาข้อบกพร่องให้มากที่สุด

874
00:52:05,747 --> 00:52:08,291
‎เพราะฉันเป็นคนเฮงซวย นั่นคือความเห็นฉัน"

875
00:52:08,375 --> 00:52:11,419
‎แล้วทุกคนก็มาขุดหาจุดที่เจ็บแค้น ให้โกรธ

876
00:52:11,503 --> 00:52:13,922
‎โพสต์ลงอินเทอร์เน็ตพาดหัวให้น่าเย้ายวน

877
00:52:14,005 --> 00:52:17,217
‎โดยหวังว่าจะมีคนมาคลิกและได้เงินสักหน่อย

878
00:52:17,300 --> 00:52:20,387
‎เพราะถ้าคุณมองหาข้อบกพร่อง คุณก็จะเจอมัน

879
00:52:21,221 --> 00:52:24,683
‎คุณก็รู้ ถ้าคุณเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ไหน
‎แล้วมองหาแต่ข้อผิดพลาด

880
00:52:25,976 --> 00:52:28,395
‎เชื่อไหม คุณก็จะเจอแต่ข้อผิดพลาด ใช่ไหม

881
00:52:28,478 --> 00:52:32,941
‎เพราะไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ
‎ไม่มีอะไรที่มนุษย์อย่างเราทำจะสมบูรณ์แบบ

882
00:52:33,024 --> 00:52:36,987
‎ผมมั่นใจว่าคืนนี้ผมไม่ได้สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคน

883
00:52:37,070 --> 00:52:39,739
‎มุกค่าจ้างที่ต่างกัน
‎น่าจะเป็นความผิดพลาดทางยุทธวิธี

884
00:52:41,533 --> 00:52:43,577
‎ผมตัดสินผิดว่าห้องนี้มีความเป็นเดโมแครตแค่ไหน

885
00:52:44,494 --> 00:52:48,707
‎แต่ยังไงก็ตาม คุณมองหาข้อบกพร่อง
‎ในทุกอย่างได้ถ้ามองให้ดีพอ

886
00:52:48,790 --> 00:52:52,919
‎คุณหาข้อบกพร่องในโมนาลิซาได้
‎นั่นหมายความว่าไง

887
00:52:54,671 --> 00:52:56,882
‎แล้วคุณรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับมันล่ะ

888
00:52:57,799 --> 00:53:01,636
‎ชีวิตนี้ไม่เคยขึ้นเวทีเลย
‎แต่พยายามมาสอนผมทำงานของผมเนี่ยนะ

889
00:53:01,720 --> 00:53:04,264
‎มันเหมือนผมไปแผนกคลอดลูกที่โรงพยาบาล

890
00:53:04,347 --> 00:53:06,516
‎และให้คำแนะนำการคลอดลูกกับผู้หญิง

891
00:53:07,392 --> 00:53:10,353
‎ใช่ ไอ้บ้าที่ไหนจะเข้าไปที่แผนกคลอดลูก

892
00:53:10,437 --> 00:53:12,397
‎แล้วมองหาแต่ผู้หญิงที่จะคลอดลูกกันล่ะ

893
00:53:14,691 --> 00:53:18,111
‎และบอกว่า
‎"นี่ ระหว่างคลอด คุณต้องเบ่งให้แรงกว่านะ

894
00:53:18,194 --> 00:53:22,365
‎ดูเหมือนระหว่างคลอด คุณเบ่งไม่แรงพอ

895
00:53:22,449 --> 00:53:25,076
‎ผมว่าคุณพึ่งพาพื้นเพชาติพันธุ์คุณเกินไป

896
00:53:26,453 --> 00:53:28,288
‎ระหว่างคลอด

897
00:53:28,371 --> 00:53:32,083
‎ผ่าคลอดเหรอ
‎นั่นเป็นการคลอดลูกแบบขี้เกียจมาก

898
00:53:33,251 --> 00:53:34,502
‎สองดาว"

899
00:53:37,464 --> 00:53:40,425
‎ไอ้รีวิวเส็งเคร็งพวกนี้

900
00:53:40,508 --> 00:53:43,219
‎ที่พยายามจะหลอกทุกคน
‎ให้คิดว่าเขารู้ดีในเรื่องที่เขาพูด

901
00:53:43,303 --> 00:53:45,096
‎เพราะเขาใช้แป้นพิมพ์เป็น

902
00:53:45,180 --> 00:53:48,683
‎ปริมาณพลังงานที่ใช้สร้างสรรค์อะไรบางอย่าง

903
00:53:48,767 --> 00:53:51,144
‎กับปริมาณพลังงานที่ใช้บ่นตอนนี้

904
00:53:51,227 --> 00:53:54,397
‎อินเทอร์เน็ตได้ทำลายกระบวนการนั้นสุดๆ

905
00:53:54,481 --> 00:53:57,233
‎อย่างทุกเช้าคนจะตื่นขึ้นมาในห้อง

906
00:53:57,817 --> 00:54:00,195
‎เอาตัวเองไปเสี่ยงอันตราย
‎ทำงานหลังขดหลังแข็ง

907
00:54:00,278 --> 00:54:03,281
‎พยายามทำบางอย่างให้เกิดขึ้น
‎ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นอะไร

908
00:54:03,365 --> 00:54:05,492
‎ไม่ว่าคุณพยายามจะเริ่มทำธุรกิจ

909
00:54:05,575 --> 00:54:09,829
‎หรือจัดตั้งชุมชน
‎เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในด้านที่ดี

910
00:54:09,913 --> 00:54:11,456
‎ช่างเป็นงานที่ไม่น่าชื่นชมเลย

911
00:54:12,248 --> 00:54:13,583
‎เปิดร้านอาหาร

912
00:54:13,667 --> 00:54:17,712
‎ความเสี่ยงในเรื่องนั้น
‎พัฒนาฝีมือการทำอาหารของคุณในฐานะเชฟ

913
00:54:17,796 --> 00:54:20,590
‎ฝึกซ้อมเป็นนักกีฬามืออาชีพ ทำเพลง

914
00:54:20,674 --> 00:54:23,677
‎กราฟิกดีไซน์ ขุดบิตคอยน์

915
00:54:23,760 --> 00:54:28,932
‎ไม่ว่าธุรกิจของคุณคืออะไร
‎ทำให้มันเกิดขึ้นทีละน้อยในทุกเช้า

916
00:54:29,015 --> 00:54:31,434
‎คุณต้องทุ่มเททุกอย่างที่มี พลังงานทั้งหมด

917
00:54:31,518 --> 00:54:33,269
‎เพื่อให้มันเกิดขึ้นสักเล็กน้อย

918
00:54:33,353 --> 00:54:37,399
‎สิ่งที่ใช้ในการวิจารณ์คือท่าทางแบบนี้
‎ต้องใช้แค่นั้นเอง

919
00:54:39,025 --> 00:54:41,027
‎คุณไม่ต้องใช้กล้ามเนื้อคอด้วยซ้ำ

920
00:54:41,111 --> 00:54:43,530
‎ก่อนที่คุณจะคอมเมนต์ในอินเทอร์เน็ตได้

921
00:54:43,613 --> 00:54:45,949
‎คุณควรจะเอาชีวิตไปทำอะไรสักอย่าง

922
00:54:46,032 --> 00:54:49,619
‎ไปปีนยอดเขาเอเวอเรสต์หรืออะไรแบบนั้น
‎มันควรเป็นการรักษาความปลอดภัยแบบใหม่

923
00:54:49,703 --> 00:54:52,038
‎"คุณคือมนุษย์หรือไม่
‎คุณเคยปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ไหม

924
00:54:52,122 --> 00:54:54,290
‎โอเค โพสต์รูปมา เอาละ คุณผ่านได้"

925
00:54:55,458 --> 00:54:59,629
‎เพราะคุณจะวิจารณ์ได้ยังไงถ้าไม่เคยสร้าง
‎นั่นคือประเด็นของผม

926
00:54:59,713 --> 00:55:03,883
‎คุณจะมีมุมมองหรือความปรารถนาดีได้ยังไง

927
00:55:03,967 --> 00:55:06,219
‎เมื่อคุณเข้าร่วมวงสนทนา

928
00:55:06,302 --> 00:55:08,847
‎วิจารณ์แบบเว่อร์ๆ มันง่ายมาก มันง่ายจริงๆ

929
00:55:08,930 --> 00:55:11,933
‎วิจารณ์เว่อร์ๆ ทำง่าย ผมทำเป็นอาชีพเลย

930
00:55:12,851 --> 00:55:14,144
‎ง่ายสุดๆ

931
00:55:14,853 --> 00:55:18,356
‎ให้กำลังใจคนนั้นยากกว่าเยอะ
‎ทำอะไรแบบนั้นมันยากกว่า

932
00:55:18,440 --> 00:55:21,067
‎ดังนั้นเราควรทำแบบนั้น เมื่อเราเห็นคนอื่น

933
00:55:21,151 --> 00:55:25,030
‎ทำเรื่องที่ดีในชุมชน ทำเรื่องที่ดีให้ตัวเอง

934
00:55:25,113 --> 00:55:26,781
‎เราควรสนับสนุนพวกเขามากกว่านี้

935
00:55:26,865 --> 00:55:30,660
‎มากกว่าการบ่นเรื่องอื่นๆ

936
00:55:30,744 --> 00:55:33,538
‎เราบ่นได้มากพอๆ
‎กับการช่วยเหลือคนอื่นนั่นแหละ

937
00:55:34,664 --> 00:55:38,668
‎เหมือนตอนผมเดินอยู่บนถนนเวสต์โฟร์ธ
‎ที่แมนแฮตตันในนิวยอร์กซิตี

938
00:55:39,502 --> 00:55:41,963
‎ไม่ยุ่งเรื่องคนอื่น ไม่ดูโทรศัพท์

939
00:55:42,047 --> 00:55:45,258
‎ให้ความสนใจโลกรอบตัวผมในช่วงโรคระบาด

940
00:55:45,341 --> 00:55:48,219
‎อยากไปสูดอากาศบริสุทธิ์ เพลิดเพลินยามค่ำคืน

941
00:55:48,303 --> 00:55:53,349
‎ผมกำลังเดินตามถนนที่แมนแฮตตัน มองไปรอบๆ

942
00:55:53,433 --> 00:55:55,935
‎แล้วผู้หญิงคนนี้ก็เดินเข้ามาหาผมจากไหนก็ไม่รู้

943
00:55:56,561 --> 00:55:59,606
‎จับคอผมแล้วก็เริ่มบีบคอ

944
00:55:59,689 --> 00:56:03,109
‎ผมก็เลยเหวี่ยงเธอออก แล้วเธอก็ตั้งท่าสู้

945
00:56:06,071 --> 00:56:09,699
‎ผมมองเธอ แล้วก็เดินหนีไป

946
00:56:11,367 --> 00:56:13,995
‎และนั่นคือปฏิสัมพันธ์แบบปกติในนิวยอร์ก

947
00:56:16,956 --> 00:56:18,500
‎ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ

948
00:56:19,542 --> 00:56:22,629
‎ตลอดเวลาเราไม่ได้ส่งเสียงด้วยซ้ำ

949
00:56:23,797 --> 00:56:28,051
‎เราไม่ได้รีวิวกันและกัน
‎เพราะเราต่างก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

950
00:56:28,134 --> 00:56:30,220
‎เราต่างก็รู้ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นยังไง

951
00:56:30,845 --> 00:56:32,764
‎ผมมองเธอ แล้วคิดว่า

952
00:56:33,932 --> 00:56:37,727
‎"อ๋อ คุณเป็นคนบ้า

953
00:56:37,811 --> 00:56:41,231
‎เหมือนทุกคนในอินเทอร์เน็ตนั่นแหละ
‎เอาละ ไว้เจอกันนะ คนบ้า"

954
00:56:42,023 --> 00:56:44,400
‎ผมไม่ยุ่งด้วยและเดินจากไป

955
00:56:44,484 --> 00:56:46,402
‎แล้วเธอก็มองผม และคิดว่า

956
00:56:46,486 --> 00:56:50,156
‎"นี่ไม่ใช่ผู้ชายจะที่ต่อยผู้หญิงข้างถนน

957
00:56:51,032 --> 00:56:52,367
‎เจอกันนะ พวก"

958
00:56:53,034 --> 00:56:57,080
‎แล้วเราก็เดินไปคนละทาง เรื่องก็จบแค่นั้น

959
00:56:59,374 --> 00:57:01,084
‎และผมยังนับถือผู้หญิงคนนั้น

960
00:57:01,167 --> 00:57:04,838
‎มากกว่าไอ้เยลป์ ทวิตเตอร์
‎บล็อกเกอร์นักรีวิวห่าเหวพวกนี้อีก

961
00:57:07,257 --> 00:57:11,052
‎เพราะเธอเป็นทุกข์กับอะไรสักอย่างในชีวิต

962
00:57:11,136 --> 00:57:13,471
‎เธอลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับมัน

963
00:57:14,389 --> 00:57:18,143
‎เธอไม่ได้แค่นั่งอยู่หลังแป้นพิมพ์
‎ใช้ลูกกระโปกทวีตข้อความ

964
00:57:18,226 --> 00:57:23,523
‎วิจารณ์งานสร้างสรรค์ของคนอื่น
‎โดยไม่ได้ทำอะไรเป็นของตัวเองเลย

965
00:57:23,606 --> 00:57:26,609
‎เหมือนพวกปรสิตกัดกินเจ้าของร่าง

966
00:57:26,693 --> 00:57:30,572
‎ไม่ เธอไม่ชอบคนเอเชีย
‎เธอต้องการก่ออาชญากรรมเพราะความเกลียด

967
00:57:32,782 --> 00:57:34,284
‎ผมนับถือเรื่องนั้นได้

968
00:57:35,577 --> 00:57:37,287
‎นั่นคือการทำงานเชิงรุก

969
00:57:38,163 --> 00:57:40,039
‎พวกคุณยอดเยี่ยมมาก ขอบคุณที่รับฟัง

970
00:57:40,123 --> 00:57:43,293
‎ไว้เจอกันนะครับ
‎ขอบคุณนิวยอร์กซิตี ขอบคุณครับ

971
00:58:22,749 --> 00:58:24,167
‎(รอนนี่ เชียง
‎ทัวร์หวังรวย)

972
00:58:24,250 --> 00:58:25,668
‎(บัตรหมด
‎ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน)

973
00:59:04,791 --> 00:59:06,334
‎(บีคอน
‎รอนนี่ เชียง)

974
00:59:06,417 --> 00:59:07,710
‎(คืนนี้
‎ขายหมดเกลี้ยง)

975
00:59:41,703 --> 00:59:46,708
‎คำบรรยายโดย จริยา จริยวิชัย



